
7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)
รายการธรรมะที่เปิดโอกาสให้ผู้ฟังถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต หลักธรรม และการภาวนา โดยมีพระอาจารย์และผู้ดำเนินรายการร่วมตอบคำถามทุกวันอาทิตย์ ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
Episodes
เผชิญหน้ากับความกลัว [6923-7q]
Q: เหตุใดพระภิกษุต้องใช้ผ้าย้อมน้ำฝาด?A: เพื่อเป็น "ทางสายกลาง" ที่เรียบง่ายและต่างจากคฤหัสถ์ โดยผ้าผืนใหญ่สามารถใช้ประโยชน์อเนกประสงค์ได้ทั้งนุ่ง ห่ม และปูนอน ส่วนการย้อมน้ำฝาดธรรมชาติช่วยให้สีไม่ฉูดฉาดและดูแลรักษาง่าย เพื่อตัดความกังวลเรื่องรูปลักษณ์และให้พระภิกษุโฟกัสกับการปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่ Q: วิธีแก้ไขจิตที่ผูกโกรธA: ต้องตระหนักรู้ด้วยปัญญาว่า "ความโกรธเกิดจากภายในใจเราเอง ไม่ใช่
ธรรมะแก้ซึมเศร้า [6922-7q]
Q: ธรรมะเยียวยารักษาผู้ป่วยซึมเศร้าได้อย่างไร?A: โรคซึมเศร้าเกิดจากการหมกมุ่นในความทุกข์และยึดติดตัวตน การเยียวยาต้องใช้สัมมาสติ อย่าให้กำลังกับเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ใจ และใช้ปัญญาในการพิจารณา เห็นว่าเราไม่ใช่ตัวตน เห็นด้วยความเป็นอนัตตา เพื่อดับความทุกข์ที่ต้นเหตุ Q: เมื่อเราเมตตากรุณาจนเป็นทุกข์ ควรแก้ไขอย่างไร?A: ความกรุณาเป็นสิ่งดี แต่หากมีมากเกินไปจนกลายเป็นความเศร้าโศกถือว่าเป็นอกุศลและ
พ้นเหนือบุญเหนือบาป [6921-7q]
Q: ศีลห้าไม่ครบจะทำฌานได้หรือไม่ จะเข้าถึงธรรมได้หรือไม่?A: สมาธิ คือ พละกำลังของจิต เมื่อศีลไม่ครบ จะมีความร้อนใจ ดังนั้นสมาธิ/ฌานอาจจะทำได้บ้างแต่ไม่เต็ม และไม่สามารถละกิเลสได้ Q: ทำอย่างไรให้ลูกสาวพูดความจริงกับพ่อ?A: พ่อแม่ต้องมีจิตใจนุ่มนวลด้วยพรหมวิหาร 4 มีเวลาให้กัน สอนลูกให้ตั้งอยู่ในความดี และดูแลไม่ให้เงื่อนไขทางกามมาบีบคั้นการใช้ชีวิตของลูก Q: กรรมที่ทำในชาตินี้ทำไมจึงไม่ให้ผล
ผู้ไม่ร้อนใจในภายหลัง [6920-7q]
Q: อริยบุคคลต้องบรรลุอรหันต์ในสมัยพระพุทธเจ้าองค์นั้น ๆ เท่านั้น จริงหรือไม่?A: พิจารณาจาก “มนุษย์โลก” จะไม่ข้ามสมัยของพระพุทธเจ้าคือคำสอน เมื่อคำสอนหมดไป พระธาตุอันตรธานหายไป จะเข้าสู่ในยุคที่ไม่มีพระพุทธเจ้า ก็จะมีเวลาที่ให้พระพุทธเจ้าองค์ต่อมาได้อุบัติขึ้น, หากพิจารณาจาก “พรหมโลก”อนาคามีชั้นสุทธาวาสนั้นมีอายุขัยยืนยาวมาก อยู่ข้ามยุคสมัยของพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ได้ Q: คำสอนในแต่ละพระพุทธเจ้
ไปวัดกันทำไม [6919-7q]
Q: จิตกับใจต่างกันอย่างไร?A: จิตกับใจเหมือนกัน คือเป็นนามเหมือนกัน ต่างกันตรงที่ทำหน้าที่คนละอย่างกัน Q: อยากให้จัดรายการต่อไป ความอยากนี้จัดเป็นกิเลสหรือไม่?A: ต้องแยกแยะว่าเป็นความอยากแบบไหน ไม่ใช่ว่าความอยากทุกอย่างนั้นเป็นตัณหาเป็นกิเลสทั้งหมด ถ้าเป็นความอยากที่เป็นตัณหาเป็นสมุทัย จะต้องประกอบด้วย 3 อย่าง คือ 1) ยินดีในทางกาม 2) เป็นไปด้วยความเกิดใหม่คือความเป็นสภาวะ 3) เป็นไปด้
ปิยวาจาตามหลักสังคหวัตถุสี่ [6918-7q]
Q: คุณพ่อเสียชีวิตขณะหลับ คนปลุกขณะนั้นจะบาปหรือไม่?A: เกณฑ์ที่ท่านให้ไว้คือเจตนา เรามีเจตนาดูแลท่าน ไม่ได้มีเจตนาอื่น ในการที่เราดูแลท่าน จนวาะสุดท้ายในอ้อมกอดเรา นั่นถือว่าเป็นบุญอย่างที่สุดแล้ว ให้สบายใจได้ Q: เมื่อยังมีชีวิต ทำความดีไว้มากแต่จบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย จะมีที่ไปเป็นเช่นไร?A: พิจารณาเป็น 3 ประเด็น คือ “การฆ่าตัวตาย” การฆ่าตัวตายจะบอกว่าไปไม่ดีทั้งหมดเลยไม่ได้ เพราะในสมัยพ
ปัญญาเครื่องตัดตัณหาและอวิชชา [6917-7q]
Q : กามตัณหาคืออะไร ถ้าหากเกิดขึ้นแล้วเราจะระงับได้อย่างไร?A : ในการที่เราจะระงับจิตใจ ไม่ไปตามกามตัณหา คือเราต้องเห็นโทษของมัน ในกรณีพระสงฆ์ ท่านยกอุปมาดังนกแร้ง ที่คาบเนื้อมาแล้วมีนกตัวอื่นมาแย่งไป การภาวนาเช่นนี้จะช่วยได้ ส่วนกรณีฆราวาสผู้ครองเรือน ท่านให้เรารักษาศีล 5 ด้วยศรัทธา ให้มีหิริโอตับปะ มีความเพียร Q : เมื่อประสบเหตุร้าย ๆ ในชีวิต แล้วเกิดความทุกข์ใจขึ้นมา จะมีวิธีการอย่างไรที่จะ
ธรรมะเบาใจยามภัยสงคราม [6916-7q]
Q: ธรรมะสำหรับรับมือช่วงภัยสงครามA: ถ้าเรากังวลใจ เครียด วุ่นวาย ไม่สงบ ไปตามผัสสะที่ผ่านเข้ามา เราจะอยู่ไม่ผาสุกเราจะทุกข์ หากเรามีเงื่อนไขของความสุขมาก เราจะทุกข์มาก เราจึงต้องฝึกสติ ใช้ปัญญา แยกแยะสุขเวทนา ทุกขเวทนา ผัสสะ ว่าไม่ใช่อย่างเดียวกัน ไม่ไปตามผัสสะที่เข้ามากระทบ ไม่ไปตามสิ่งที่เป็นอกุศล เราจะสามารถอยู่ผาสุกในทุกขเวทนาได้ ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าทุกข์มันหายไป แต่เราอยู่กับทุกข์ได้โดยไม่ทุกข์ ค
นิโรธสู่นิพพาน [6915-7q]
Q: นิโรธคือนิพพานใช่หรือไม่A : นิโรธคือความดับ อริยสัจคือความจริงอันประเสริฐ 4 อย่าง ในปฏิจจสมุปบาทท่านแบ่งเป็นสองส่วน ได้แก่ ในส่วนของการเกิดคือทุกข์กับสมุทัย และส่วนของการดับคือนิโรธกับมรรค นิพพานในนิโรธเป็นนิพพานที่อาศัยเหตุอาศัยปัจจัย นั่นคือมรรค ถ้าเหตุปัจจัยดับ ความดับนั้นความพ้นนั้นสภาวะนั้นก็หมดไป ยังกลับกำเริบได้ หรือที่เรียกว่านิพพานที่นี่เดี๋ยวนี้ แต่เมื่อใดที่ทำไป ๆ จะมีนิพพานชนิดที่ไม
รับมือความป่วย [6914-7q]
Q: ทำอย่างไรจึงจะมีสติกำกับในทุกความคิดในทุกอิริยาบถ?A : การที่จะทำให้มีสติอยู่ทุกขณะนั้น เป็นทักษะที่ฝึกได้ ยิ่งฝึกยิ่งดี โดยท่านให้เครื่องมือเอาไว้คือ “อนุสติ10” และสิ่งที่จะสนับสนุนให้เรามีสติ คือศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ การรู้ประมาณในการบริโภค การอยู่หลีกเร้น การเป็นผู้อยู่ง่ายกินง่ายสันโดษ การประกอบด้วยธรรมอันเป็นเครื่องตื่น ทั้งหมดนี้เป็นศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ จะทำให้เรามีสติอยู่ในทุกอิริยาบถ&
เติมสมาธิให้บารมีเต็ม [6913-7q]
Q: ทำยังไงให้เลิกแฟนจ้าชู้ได้?A : ให้เรามีสตมีปัญญาเห็นเป็นของไม่เที่ยง เห็นเป็นของปฏิกูล ยึดตรงไหนทุกข์ตรงนั้น ให้เราใช้ปัญญาในการถอนลูกศร เจ็บตรงไหนก็ต้องทำแผลตรงนั้นละตรงนั้น และให้ระมัดระวังจิตของเรา อย่าไปคิดร้ายต่อเขา เพราะจะทำให้มีความพยาบาทขุ่นเคืองขึ้นในจิตของเรา ให้เรามีเมตตา ทำจิตใจเราให้ผาสุก Q: สมาธิทำให้เกิดปัญญาใช่หรือไม่ และสมาธิแบบไหนทำให้เกิดปัญญา?A : สมาธิที่จะเกิดปัญญาได้ต
ศรัทธาคือสารตั้งต้น [6912-7q]
Q: เมื่อเบียดเบียนสำเร็จแล้ว ไปอ้อนวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลให้กระทำสำเร็จอีก จัดเป็นมิจฉาทิฏฐิหรือไม่?A : ความคิดในการเบียดเบียนเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่แล้ว เราจะดับความเบียดเบียนดับได้ต้องด้วยความกรุณา ส่วนความคิดที่เป็นสัมมาทิฏฐิ มี 2 ขั้นตอน คือ เราต้องแยกแยะให้ได้ว่าอันไหนคือความเบียดเบียน ถ้าเรารู้แล้วเราละไม่ได้ แสดงว่าสัมมาทิฐิของเรายังไม่เต็ม ให้เราวิเคราะห์แยกแยะแล้วนำมาปรับใช้กับชีวิตเรา&nbs
จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมยังประโยชน์ [6911-7q]
Q: จิตที่ฝึกหัดดีแล้วย่อมมีประโยชน์ยิ่งใหญ่หมายถึงอะไร และมีที่มาอย่างไร?A : “จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมมีประโยชน์ใหญ่” เป็นภาษิตที่เป็นคำกล่าว แล้วก็แต่งขึ้นมา อาจจะเป็นคำที่ท่านอุทานออกมาบ้างหรือเป็นสาวกภาษิตบ้าง แต่ถ้าตามพุทธพจน์คือ “จิตที่ฝึกดีแล้ว นำสุขมาให้” หมายถึง จิตที่อบรมดีแล้ว จะละราคะทำนิพพานให้แจ้งได้ จึงเป็นประโยชน์ใหญ่ “จิต” เป็นประภัสสรนั้น สามารถแทรกซึม เปลี่ยนแปลงตามที่มันซึมซาบไปได้ ค
ปัญญาในเวทนาเพื่อตัดอวิชชา [6910-7q]
Q: ทำไมสิ่งที่เป็น “อนัตตา” เราจึงเข้าใจว่าเป็น “อัตตา” และเราจะปล่อยวางมันได้อย่างไร?A : การที่เราเผลอยึดสิ่งที่เป็นอนัตตาว่าเป็นตัวตนนั้น เกิดจากอวิชชาและตัณหาทำงานคู่กัน เมื่อเรามีเวทนา แล้วเราเข้าไปเพลิดเพลินพอใจ จิตจะเกิดอุปาทานความยึดถือและจิตจะเศร้าหมอง วิธีปล่อยวางคือการใช้ "ปัญญา" เข้าไปพิจารณาให้เห็นความไม่เที่ยง เมื่อเราไม่เพลินไปกับเวทนาที่มากระทบนั้น ตัณหาและอุปาทานก็จะดับลงQ: ถ่ายรูป
เข้าใจโลกเข้าใจรัก [6909-7q]
Q: ธรรมใดที่เป็นเหตุให้ ไม่เร่ร่อนท่องเที่ยวไป เกิดแล้วเกิดอีก เจอทุกข์แล้วเจอทุกข์อีก วนไป?A: ศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุติ เอาข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ เพราะจะดึงข้ออื่น ๆ ตามมาโดยอัตโนมัติ อาจจะสรุปเหลือแค่สมถะวิปัสสนา หรือเหลือแค่สติก็ทำให้พ้นทุกข์ได้ ประเด็น คือ ไม่ใช่มากหรือน้อย แต่อยู่ที่ทำได้ดับทุกข์ได้Q: โลกเที่ยง หรือ ไม่เที่ยง?A : โลกถ้าเป็นคำของปริพาชก ท่านหมายเอาพรหมโลกกับมนุษยโลก ซึ่งเชื่อว่าพร
ปัญญาเพื่อโลกุตรธรรม [6908-7q]
Q: อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดขึ้นตรงไหน?A: อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรียกรวมว่า “ไตรลักษณ์” เป็นคุณสมบัติที่มีอยู่กับทุกสิ่งทุกอย่าง คือ สิ่งที่เป็นสมมุติทั้งหมด เรียกว่า “สังขตธรรม” คือธรรมอันเป็นเครื่องปรุงแต่ง ด้วยเหตุ เงื่อนไข ปัจจัย ลักษณะของสังขตธรรม คือ มีการเกิดปรากฏ มีความเสื่อมปรากฏ เมื่อตั้งอยู่มีภาวะอื่นปรากฏและขันธ์ 5 ก็เป็นสังขตธรรมด้วย เมื่อเรามีการรับรู้ผ่านอายตนะทั้ง 6 แล้ว เรามีความ
อุปาทานขันธ์ 5 [6907-7q]
Q: นอกจากมีอริยมรรคมีองค์ 8 เป็นกัลยาณมิตรแล้ว สามารถที่จะเอาญาติธรรมมาเป็นกัลยาณมิตรได้อีกหรือไม่?A: กัลยาณมิตร 4 ประการ ได้แก่ 1) มรรค 8 2) คฤหัสถ์/ฆราวาส ที่มีคุณธรรม 4 ประกอบด้วยศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา 3) นักบวช/พระสงฆ์ ให้ดู 4 อย่าง คือ ดูที่ศีลจากการที่อยู่ร่วมกัน, ดูที่ความสะอาด, การพูดทั้งต่อหน้าและลับหลัง, ดูที่สมาธิ คือเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นแล้ว จะตกใจกลัวอารมณ์เสียหรือไม่ ดูที่ปัญญาว่
จากปัญหาสู่ปัญญา [6906-7q]
Q: ธรรมะกับการเลือกตั้งA: เลือกคนดี เครื่องหมายของคนดี คือ ”การกระทำทางกาย” ไม่ผิดศีล ไม่ซื้อเสียง “การคิด” ไม่คิดเบียดเบียน ไม่พยาบาท “การพูด” มีสัมมาวาจา ให้คนดีมีอำนาจQ: ขุมทรัพย์แห่งใจ จุดแสงแห่งปัญญาA : ปัญญา 3 อย่าง คือ1) ปัญญาที่เกิดจากศรัทธา2) ปัญญาที่เกิดจากสมาธิ มีส่วนที่เกิดจากการฟัง ทั้งส่วนมิจฉาและสัมมาแล้วนำมาพิจารณาเปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่าง เป็นส่วนของจินตมยปัญญา3) ปัญญาที่
ธรรมทาน ทำธรรมให้เห็น [6905-7q]
Q: ทานในอนุปุพพิกถาเป็นทานประเภทไหน?A: อามิสทาน/เป็นลักษณะการสละออก ทานโดยใช้สิ่งของภายนอก ทั้งนี้ เราทำอะไรทางกาย ก็มีผลทางใจด้วย เพราะกาย วาจา ใจ มันเกี่ยวเนื่องกัน เราสละสิ่งที่เป็นอามิส กิเลส ราคะ โทสะ โมหะ ก็จะลดลงด้วยQ: อภัยทานกับอโหสิกรรม เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?A: ในความหมายของภาษาไทยนั้นนำมาใช้แทนกันได้ โดย อโหสิกรรม จะมีอุเบกขา นำ เน้นมาในทางไม่ผูกเวรต่อ อภัยทานมีเมตตากรุณานำ โดยทั้ง 2
ธรรมะรับอรุณ Live : ตอบคำถามร่วมจุดแสงแห่งปัญญา [6904-7q_Live]
ธรรมะรับอรุณ Live : วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 เป็นการตอบคำถามสดประจำปี ปูทางจากศรัทธา สมาธิ สู่ปัญญาQ:สามารถถวายสังฆทานพระที่ผ่านหน้าบ้านได้หรือไม่A:ทานคือการให้ สังฆทานคือการให้โดยไม่เจาะจง ควรตั้งจิตว่าทานนี้ถวายในสงฆ์ทั้งสี่ทิศ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข โดยมีภิกษุรูปนี้เป็นตัวแทน จะได้ทั้งพุทธ ธัม สงฆ์ บุญมากหรือน้อยยังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติผู้ให้และผู้รับ เมื่อตั้งจิตแบบนี้จะกว้างขวาง เพราะเราไ
ผาสุกเพราะเข้าใจ [6903-7q]
Q: กรวดน้ำควรทำหรือไม่และมีที่มาอย่างไร? A: บุญสำเร็จได้ที่ใจ สำคัญที่เจตนา ตั้งจิตให้ดี อย่าให้จิตเป็นอกุศล จะมีน้ำหรือไม่มี ก็ไม่เป็นไร Q: ทำไมคนเราจึงโหยหาความรัก ทำอย่างไรจึงจะอยู่ด้วยตนเองได้?A: ธรรมชาติของจิตที่ยังไม่ได้ฝึก มักจะไหลไปตามกระแส วิ่งเข้าหาสุข วิ่งหนีความทุกข์ ที่จิตเป็นอย่างนี้เพราะมีตัณหา พอมีตัณหาจึงมีอุปาทาน ความเพลินความพอใจเกิด
คลายปมด้วยพรหมวิหารสี่ [6902-7q]
Q: กรวดน้ำให้คนหมู่มาก ผลบุญที่ไปถึงจะน้อยลงตามจำนวนคนหรือไม่?A: การแผ่เมตตาเป็นนาม เปรียบเหมือนการต่อเทียน ยิ่งต่อยิ่งสว่าง ไม่ได้คำนวณเหมือนคณิตศาสตร์ ที่เราแผ่เมตตานั้นดีแล้ว อย่าไปคิดว่ามากหรือน้อย ถ้าเราตั้งจิตไว้ด้วยดี คือดีอยู่แล้ว และนอกจากการให้ทานแล้ว ก็ยังมีบุญที่เกิดจากการรักษาศีลและการภาวนา ที่จะเป็นบุญที่ละเอียดยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก Q: แผ่เมตตาให้แม่แล้วหงุดหงิด ควรแก้ไขอย่างไร?A: กา
ปัญญาญาณรู้ได้ด้วยตน [6901-7q]
Q: จิตที่คิดถึงกามสุขกับเนกขัมมสุข มีผลต่างกันอย่างไร?A: จิตที่คิดถึง กามสุข เป็นสุขที่ต้องอาศัย หู ตา กาย ลิ้น ใจ ยังเกี่ยวเนื่องด้วยกาม มีความเสี่ยงสูงเพราะหากนึกถึงสิ่งที่ชอบแล้วไม่ได้ครอบครองจะกลายเป็นความเศร้าหมองทันที ต่างจากจิตที่คิดถึง เนกขัมมสุข ซึ่งเป็นสุขจากภายในที่เกิดจากการสละออกและการนึกถึงบุญกุศล ทั้งทาน ศีล ภาวนา ที่เราเคยทำ จะช่วยให้ใจละเอียดขึ้น สะอาดขึ้น การฝึกเปลี่ยนจากการยึดต
สมาธิกีฬา [6852-7q]
Q: ฟังธรรมแล้วง่วงควรแก้ไขอย่างไร?A: "จิตเมื่อตริตรึกสิ่งไหน สิ่งนั้นจะมีพลัง" หากเราง่วง แสดงว่าเราไม่ได้จดจ่อที่การฟังธรรม ก็ให้เราเปลี่ยนมาจดจ่อที่การฟังธรรมให้มากขึ้น หรือแก้ไขด้วยการเปลี่ยนอิริยาบถ และอีกวิธีคือการทำสมาธิให้ลึกยิ่งขึ้น เมื่อเราไม่ใส่ใจกับความง่วง ความง่วงก็จะหายไป Q: โลกนี้ โลกหน้า คืออะไร และการไปถึงA: โลกหน้าเปรียบเสมือน "วันพรุ่งนี้" ที่แม้จะยังมาไม่ถึงหรือมองไม่เห็นใ
ผลของอิทธิบาท 4 [6851-7q]
Q: ในสมัยพระพุทธเจ้าองค์อื่น ๆ มีการปลงอายุสังขาร แล้วมีผู้ที่มาอาราธนาทูลขอให้เจริญอิทธิบาท 4 เพื่อต่ออายุให้ยืนได้ถึง 1 กัป หรือไม่?A: หากท่านได้ปลงอายุสังขารแล้ว แม้จะมีการอาราธนาทูลขอ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะท่านได้ปลงอายุสังขารแล้ว Q: ถ้าบรรลุโสดาบันขั้นผลแล้ว จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่? จะต่างกับปุถุชนที่มีความเลื่อมใสทั่วไปอย่างไร?A: โสดาบันขั้นผล สามารถเร่งความเพียร ให้เป็นอ
ผาสุกได้ด้วยแยกกายแยกจิต [6850-7q]
Q: เมื่อหมดสติ จิตรับรู้ได้หรือไม่ และมีทางช่วยให้ไปดีได้อย่างไร?A: คนเรามี 2 ส่วน คือ นามกับรูป แม้กายจะรับรู้ได้ไม่เต็มร้อย แต่จิตรับรู้ได้ เพราะเขายังมีวิญญาณคือการรับรู้ทางใจ เขาจึงยังรับรู้กุศลและอกุศลได้อยู่แน่นอน สิ่งที่เราจะช่วยเขาได้ก็ด้วยการแผ่เมตตา ด้วยจิตที่เต็มไปด้วยกับเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา สัมผัสกายเขาไปด้วย พูดกับเขาด้วยจิตที่มีเมตตา เขาจะรับรู้ได้ สิ่งนี้คือการช่วย ในฐานะที
“สันทิฏฐิโก” รู้เห็นได้ด้วยตน [6849-7q]
Q: การศรัทธาในบางสิ่งแล้วบนบานได้ผล เป็นเพราะเหตุใดA: ผลของการอ้อนวอนขอร้อง บางครั้งอาจเกิดจากเทพบันดาล บางครั้งอาจเกิดจากผลกรรมที่ทำมา ซึ่งเป็นไปได้ทั้ง 2 อย่าง ทั้งนี้ เมื่อเราได้ยินได้ฟังอะไรมา ให้นำมาพิจารณาใคร่ครวญ ว่าสอดคล้องลงรับกับมรรค 8 หรือไม่ ให้เราตั้งปณิธานในการทำความดี ด้วยความดีของเรา แทนที่จะบนบานอ้อนวอนขอร้อง ก็ให้ “ตั้งจิตอธิฐาน” ให้เหมาะสม อธิฐานไม่ใช่ขอ แต่ “การอธิฐาน” หมายถึง
หลักธรรมที่เอาชนะกิเลส [6848-7q]
Q: พระสงฆ์มีวิธีลดละกิเลสได้อย่างไร?A: พระธรรม หมายถึง คำสอน, พระสงฆ์ หมายถึง หมู่ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ให้เอาตัวอย่างพระสงฆ์ในเรื่องของการปฏิบัติ ส่วนเรื่องคำสอนเอาตัวอย่างจากพระธรรม สำหรับพระสงฆ์ วิธีที่ท่านใช้ ท่านก็ใช้มรรค8 เหมือนกัน และมีเครื่องมือในการกำจัดกิเลส เครื่องมือกำจัดกิเลสแบบละเอียด ๆ คือ “ปัญญา” เครื่องมือกำจัดกิเลสแบบกลาง ๆ คือ “สติ/สมาธิ” สติจะเป็นเครื่องมือให้เกิดสมาธิ จะ
ปฏิปทาถึงความสิ้นภพ [6847-7q]
Q: จิต กับ ธาตุรู้ คืออะไร อยู่ที่ไหน เหมือนและต่างกันอย่างไร?A: เหมือนกัน คือ อยู่ในช่องทางใจและเป็นนามเหมือนกัน ต่างกัน คือ ธาตุรู้ มาจากคำว่า วิญญาณธาตุ ทำหน้าที่รับรู้เฉย ส่วน ”จิต” เป็นลักษณะภาวะของการสะสม เข้าไปเกลือกกลั้วและเสวยอารมณ์Q: วิธีแก้โรควิตกจริตA: เปรียบเหมือนตัดต้นไม้ ที่ตัดที่โคนต้น พอฝนผ่านมา ต้นไม้นั้นก็งอกขึ้นมาใหม่ เราต้องขุดรากถอนโคนต้นไม้นั้น นำมาตัด มาผ่า เผา จนเป็นถ่านเป
เมื่อศรัทธาพัฒนาเป็นปัญญา [6846-7q]
Q: สัมมาทิฏฐิในระดับโลกุตระและโลกียะเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร?A: “สัมมาทิฎฐิ” คือ ความเห็นที่ถ้ามีแล้วจะทำให้กิเลสลด แบ่งเป็นโลกุตระและโลกียะ, “สัมมาทิฐิแบบโลกุตระ” หมายถึง เหนือโลก มีความเห็นความเข้าใจในอริยสัจสี่ ตรงที่เห็นและเข้าใจ เกี่ยวเนื่องกันตรงที่เป็นปัญญาที่เกิดขึ้นกับตัวเราเหมือนกัน ส่วน “สัมมาทิฐิแบบโลกียะ” หมายถึง ยังเนื่องด้วยโลก ยังอยากเกิด ลักษณะคือเริ่มด้วยความเชื่อ ความศรัทธาว่
สติแก้จิตกระเพื่อม [6845-7q]
Q: โจทก์ภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกในการอวดอุตริมนุษยธรรมA: “ภิกษุใดอวดอุตริมนุสธรรม ที่ไม่มีในตน เป็นปาราชิก เว้นไว้แต่เข้าใจผิด” เป็นแม่บทที่พระพุทธเจ้าบัญญัติเอาไว้“อุตริมนุษธรรม” คือ ธรรมที่เหนือมนุษย์ ตั้งแต่โสดาบันขึ้นไปจนถึงพระอรหันต์เป็นอุตริมนุสธรรม ส่วนธรรมของมนุษย์ทั่วไปคือศีล 5“อวด” คือ พูดว่าตัวเองทำได้ แต่ไม่ได้แสดงให้ดู หากอวดอุตริมนุษธรรมที่ไม่มีจริง ไม่มีแล้วบอกว่ามี พระท่านจะอาบัติปาร
ทุกข์ที่เป็นไปสามรอบ [6844-7q]
Q: “ความทุกข์ที่เป็นไปสามรอบ” เป็นอย่างไร?A: ข้อความนี้มาในปฐมเทศนา พระสูตรที่ชื่อว่า “ธรรมจักรกัปวัฒนสูตร” ท่านได้ตรัสถึงอริยสัจสี่ที่มีรอบ 3 อาการ 12 ก็คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค พิจารณาทั้ง 4 อย่าง ๆ ละ 3 รอบรอบที่ 1 รู้ว่า “นี้คือทุกข์” รอบที่ 2 รู้หน้าที่ที่ต้องทำกับทุกข์ ตัณหาต้องละ คือ การตระหนักว่าหน้าที่ต่อทุกข์ คือ “ต้องกำหนดรู้” รอบที่ 3 รู้ว่า “ได้ทำหน้าที่เสร็จแล้ว”Q: วิมุตกับนิพพาน
วินัยของพระสงฆ์ที่ญาติโยมควรทราบ | การฝาก ถวาย ของให้พระ [6843-7q]
Q: ทำไมจึงต้องมีการเอื้อเฟื้อพระวินัย?A: พระวินัยและสิกขาบทมีไว้สำหรับภิกษุสงฆ์ (หมู่ภิกษุ) เพื่อเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติภาวนาให้จิตใจละเอียดและสูงขึ้น ไม่ได้มีไว้สำหรับพระพุทธเจ้า หัวใจสำคัญคือการมีความตั้งใจที่จะศึกษาและปฏิบัติตามเพื่อควบคุมกาย วาจา ใจ Q: ทำไมไม่ควรฝากของมีค่าไว้กับพระ?A: เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับพระได้ และถ้าหากของหายหรือมีโจรปล้น พระก็จะถูกครหา เพราะฉะนั้น เงินทองและขอ
ธรรมมะที่ใช้เตือนตน [6842-7q]
Q: ถ้าเป็นคนที่เรียนมาสูง มั่นใจตนมาก ควรใช้ธรรมะข้อใดเตือนตนไม่ให้หลงไปในตนA: ปัญหาของคนลักษณะนี้คือ “ทิฏฐิมานะ” หรือความยึดมั่นในความคิดเห็นของตนเอง ไม่ฟังผู้อื่น ธรรมะสำคัญที่ควรนำมาเตือนตนคือ “หิริโอตตัปปะ” ซึ่งหมายถึงความละอายและเกรงกลัวต่อบาป หากมีหิริโอตตัปปะมาก ก็จะสามารถเตือนตนด้วยตนได้ แต่หากมีน้อยก็ต้องอาศัยกัลยาณมิตรหรือบทเรียนจากผลของการกระทำมาช่วยเตือนสติ ส่วนการปริญญาการศึกษานั้นเป็
หยุดคิดอกุศลได้ด้วยการตั้งสติ [6841-7q]
Q: เมื่อมีความคิดในทางลบ ความคิดในทางอกุศล เกิดขึ้นมาจะทําอย่างไรดี?A: ธรรมชาติของจิตที่มีกิเลสทำให้เศร้าหมอง คือเมื่อมีผัสสะผ่านเข้ามาจะทำให้มีกิเลสเกิดขึ้นในช่องทางใจ แสดงออกมาเป็นราคะ โทสะ โมหะ อย่างใดอย่างหนึ่ง กิเลสจะเอาสองทางเสมอ คืออยากได้มาก (ภวตัณหา) และอีกข้างหนึ่งคืออยากให้ไม่มี (วิภวตัณหา) เราจึงต้องฝึกตั้งสติให้มีกำลังด้วยการเจริญสติปัฎฐาน 4 และอนุสติ 10 และฝึกเห็นตามความเป็นจริง ทั้ง
มุมมองพุทธศาสนาต่อสตรี [6840-7q]
Q: ทำสังฆทานชุดเล็กไปถวายแยกแต่ละรูปจากชุดใหญ่ได้หรือไม่?A: “สังฆทาน” คือ ทานที่ให้กับหมู่ไม่เจาะจง คือผู้ให้เตรียมของไว้แล้วตั้งจิตว่า “จะถวายแก่หมู่สงฆ์โดยมีภิกษุรูปนี้เป็นตัวแทน” ส่วนการให้โดยเจาะจงจะตั้งจิตว่า จะถวายสิ่งนี้ให้กับพระรูปนี้ ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ให้ ส่วนผู้รับ นิยามสังฆทานของพระพุทธเจ้า มันต้องมีการ “อุปโลกน์” หมายถึง ตั้งเป็นญัตติว่าของนี้ผู้ให้ไม่ได้ถวายแบบเจาะจง พร
การพูดกับพระอย่างเหมาะสม [6839-7q]
Q: การปวารณา มี 2 แบบA: “ปวารณาระหว่างพระสงฆ์” กระทำในวันออกพรรษา เปิดโอกาสให้พระสงฆ์ตักเตือนกันในด้านวัตรปฏิบัติ, “คฤหัสถ์ปวารณาต่อพระ” เป็นการออกตัวให้พระสงฆ์สามารถ ขอปัจจัยสี่ได้และควรกำหนด สิ่งของหรือมูลค่าไว้ให้ชัดเจน แต่หากปวารณาไว้แล้ว ไม่สามารถให้ได้ตามที่ถูกขอ ก็สามารถถอนหรือเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้หากพระจะขอโดยไม่ปวารณา จะต้องขอกับญาติเท่านั้น Q: ความหมายของคำว่า “กัปปิยโวหาร” ?A
ศีลข้อเดียวก็มีค่า [6838-7q]
Q: ตั้งจิตอธิษฐานต่างกับอ้อนวอนขอร้องอย่างไร?A: ท่านตรัสไว้ว่า “ถ้าจะสำเร็จอะไรได้ด้วยการอ้อนวอนขอร้อง ในโลกนี้จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร”, การอธิษฐาน คือ การตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ เป็นการตั้งใจทำด้วยตัวเอง ไม่มีการอ้อนวอนขอร้อง ส่วนการอ้อนวอนขอร้องนั้นเป็นเพียงการอ้อนวอนขอร้องแต่ไม่ได้ลงมือทำ Q: ศีลแปดกับศีลอุโบสถต่างกันอย่างไร?A: เหมือนกันคือรักษาศีล 8 ทุกข้อเหมื
การทดลองของพระเจ้าปายาสิ [6837-7q]
Q: การกระทำที่เกิดขึ้นในอดีตชาติมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้อีก และคนเรามักจะทำแบบเดิม ใช่หรือไม่?A: ไม่ใช่จะเป็นแบบนั้นทั้งหมด ทุกอย่างอยู่ที่เหตุ เงื่อนไข ปัจจัย ไม่จำเป็นต้องเป็นเหมือนอดีตกาล ทั้งนี้หากมีความเชื่อที่ว่า อดีตเป็นมาอย่างไร อนาคตก็เป็นอย่างนั้น การประพฤติพรมจรรย์จะไม่ปรากฏ ดังนั้น เมื่อเราฟังธรรมแล้ว ควรจับใจความให้ได้ ถึงหมวดธรรมะและคุณธรรมต่าง ๆ ที่ท่านยกมา Q: เทวดามีกายทิพย์จ
จิตที่เหนือเวทนา [6836-7q]
Q: วิธีพิจารณาเวทนาขณะเจ็บป่วยA: คนเราตายได้ง่าย เป็นข้อที่เราต้องตระหนัก ความกลัวตายมี 2 แบบ คือ ความกลัวที่เป็นอกุศล ก็คือความกลัวที่จะตาย และความกลัวที่เป็นกุศล คือกลัวตกนรก ความกลัวตกนรกนี้เป็นกุศล เพราะจะทำให้เราตระหนักว่าเรายังมีบาปอกุศลกรรมใดหรือไม่ ที่จะทำให้ไปตกนรก ถ้ามีต้องรีบละ หากเคยทำผิดศีล ก็ให้สมาทานศีลขึ้นมาใหม่ เราต้องเข้าใจว่าสิ่งใดที่ทำไปแล้ว ก็ล่วงไปแล้ว เรากลับไปแก้ไขสิ่งที่เค
ปัญญาในการเห็นไตรลักษณ์ [6835-7q]
Q: อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดขึ้นตรงไหน?A: อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรียกรวมว่า “ไตรลักษณ์” เป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นระบบสมมุติทั้งหมด เรียกว่า “สังขตธรรม” ลักษณะ คือ มีการเกิดปรากฏ มีความเสื่อมปรากฏ เมื่อตั้งอยู่ มีภาวะอื่น ๆ ปรากฏ ก็คือธรรมที่มีการปรุงแต่งด้วยเหตุเงื่อนไขปัจจัย ถ้าคุณไม่เห็นว่ามันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันไม่ใช่ตัวตน มันก็จะทำให้คุณ ยินดี พอใจ ยึดถือ เข้าใจว่ามัน
จัดสมดุลระหว่างธรรมกับหน้าที่ [6834-7q]
Q: จะทำจิตให้สมดุลได้อย่างไรระหว่างธรรมกับหน้าที่ ?A: เราต้องตั้งจิตให้เป็นสัมมาทิฐิก่อน ท่านให้เกณฑ์ของศีลไว้ คนที่ผิดศีล ฆ่าคน ต้องไปตกนรก การที่เราเข้าใจว่า ฆ่าคนแล้วไปสวรรค์ นั่นเป็นมิจฉาทิฐิ คนที่มีมิจฉาทิฐิแม้ตัวเองจะไม่ได้ไปออกรบเองก็จะมีคติที่ไป คือไปเกิดในนรกหรือเป็นสัตว์เดรัจฉาน และการเข้าใจว่าคนที่เป็นมิจฉาทิฐิทั้งหมด ต้องไปนรกทั้งหมดนั้นมันไม่แน่ อย่าเหมา มิจฉาทิฐินั้นจะมีสุดโต่ง 2 ข้า
เหนือโลกแบบไม่หลุดโลก [6833-7q]
Q: วิธีเจริญสติในเวลาทำงานทำอย่างไร?A: เราต้องมีเครื่องระลึกถึงคือ “สติ” ในทุก ๆ อิริยาบถ ไม่ขัดเคือง มีเมตตาให้คนอื่น เวลาทำงานถ้ากิเลสเพิ่ม นั่นคือไม่มีสติในการทำงาน เวลาทำงานถ้ากิเลสลด นั่นคือมีสติในการทำงานQ: พระเครื่องไม่มีในพระพุทธศาสนาใช่ไหม?A: มีหลังจากที่พระพุทธเจ้าท่านปรินิพพาน สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงคุณของท่าน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราควรทำ คือเดินตามทางมรรค 8 ไม่ใช่ห้อยพระ เพื่
อุปสมบทวิบัติ [6832-7q]
Q: ถ้าอุปัชฌาย์ปาราชิกจะมีผลต่อการบวชอย่างไร?A: ท่านบัญญัติไว้ว่าเหตุที่จะบวชไม่สำเร็จ คือ “วิบัติ 4 ประการ” 1) วัตถุวิบัติ คือ คนที่บวช พ่อ แม่ไม่อนุญาตให้บวช อายุต่ำกว่า 20 ปี เป็นโรคเรื้อน โรคมงคร่อ โรคลมบ้าหมู อวัยวะไม่สมประกอบ เคยถูกหลวงลงอาญาและไม่ใช่คน จึงต้องมีการไต่ถาม ตรวจสอบ ถ้ารู้ก่อนไม่ให้บวช คือ คนที่ไม่มีบาตร มีหนี้ ติดคดีความ ถ้ารู้ภายหลังต้องให้สึก คือเคยทำอนันตริยกรรม มีอวัยวะสอง
อาชีวะของภิกษุ [6831-7q]
Q: อาชีวะของภิกษุ เรื่องการซื้อการขายA: พระห้ามซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนของด้วยตัวเอง เพราะผิดพระวินัย แต่หากมีไวยาวัจกร ทำหน้าที่ซื้อขายแทน สามารถทำได้ Q: วัตถุอนามาส วัตถุที่ไม่ควรแตะต้องA: วัตถุอนามาส เป็นของที่พระไม่ควรแตะต้องเพราะจำทำให้เกิดกิเลสได้ง่าย ได้แก่ 1) ศาสตราวุธ 2) เครื่องดักสัตว์ 3) วัตถุของมีค่า 4) เครื่องประโคมดนตรี 5) สัตว์เดรัชฉานตัวเมีย รวมถึงกะเทย ผู้หญิง เครื่องแต่งก
พิจารณาถูกไม่หลงทาง [6830-7q]
Q : วิธีเช็คจรรยาบรรณจริยธรรมในจิตเป็นอย่างไร?A : ใช้มรรค 8 เป็นเกณฑ์ ท่านให้พิจารณาไตร่ตรอง ใคร่ครวญ โยนิโสมนสิการ ด้วยจิตที่เป็นสมาธิถึงความไม่เที่ยงอยู่เนือง ๆ เมื่อเราพิจารณาอยู่เนือง ๆ ความเข้าใจบางประการจะเกิดขึ้น แจ่มแจ้งขึ้นว่า เราไม่ควรทำอย่างนั้น แล้วเราจะกลับตัวได้ เราจะเตือนตนด้วยตนได้ ยิ่งเรากลับตัวได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ถ้าหากเราเตือนตนด้วยตนไม่ได้ก็ต้องให้คนอื่นเตือน สังคมเตือน การล
ศาสนาเสื่อมได้เจริญได้ [6829-7q]
Q : พุทธศาสนาในปัจจุบันนี้เจริญขึ้นหรือเสื่อมลง?A : คำสอนหากมีคนนำมาทำนำมาปฏิบัติย่อมเจริญ แต่หากไม่มีคนนำมาทำนำมาปฏิบัติ คำสอนก็จะเสื่อมลง เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับการนำมาใช้งาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำสอน ท่านกล่าวไว้ว่า “ธรรมะที่จะทำให้เจริญได้ คือ ความไม่ประมาท” เป็นประโยชน์ทั้งในปัจจุบันและต่อไป ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า Q : ศาสนาเดียวกันแต่ทำไมปฏิบัติต่างกันA : ความแตกต่างกันมีอยู่แล้ว เพราะท
ปรับมุมมองเปลี่ยนชีวิต [6828-7q]
Q: ไม่ควรไว้ใจในคนไม่คุ้นเคย แม้คนคุ้นเคยก็ไม่ควรไว้ใจ หมายความเช่นไร?A: หมายความว่า ไม่ประมาทแม้ในคนที่คุ้นเคยหรือไม่คุ้นเคย คือให้เราระมัดระวัง ทั้งทาง กาย วาจา ใจ ก่อนที่เราจะคิด พูดหรือทำสิ่งใด กับทั้งคนที่คุ้นเคยหรือไม่คุ้นเคย เช่น หากเรามีความคุ้นเคยกับเพื่อนของเรา ก็ไม่ใช่ว่าเราจะถือวิสาสะ พูดไม่ถนอมน้ำใจเขา หรือ เรื่องของศรัทธา ศรัทธานั้นดีแต่โทษของศรัทธาก็มี คือในข้อดีก็มีข้อที่ต้องระวัง
กำจัดความไม่รู้ด้วยความรู้ [6827-7q]
Q: อะไรเป็นผู้ที่คิดนึกปรุงแต่ง ?A: ไม่มีอะไรเข้าไปปรุง จิตเป็นกระแสต่อเนื่องกันมา ๆ มีสภาวะเป็นภาพลวงตา การที่เราเข้าใจว่าจิตเข้าไปปรุงแต่งนั้น เราเข้าใจผิด เพราะเราไม่รู้ว่าถูกคืออะไร ซึ่งความเข้าใจผิดนั้นความไม่รู้นั้น คืออวิชชา เราจะดับอวิชชาได้ เราต้องเห็นความไม่เที่ยง เห็นกฎของไตรลักษณ์ เข้าใจว่าสังขารการปรุงแต่งทั้งหมดคืออวิชชา พอเราเห็นความไม่เที่ยง ละอวิชชาได้ รู้ว่าสิ่งนี้ไม่ควรยึดถือแล้
ทุกข์เพราะพลัดพราก [6826-7q]
Q: ทำบุญ/แผ่เมตตาอย่างไรคนตายจึงจะได้รับและเมื่อตายจะได้เจอกันหรือไม่?A: ท่านได้กล่าวไว้ว่า “เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นธรรมดา” เราจึงต้องพิจารณาไว้ก่อนแล้ว แม้เขาจะตายจากเราไป แต่ความดีเขายังอยู่ เมื่อการร้องไห้คร่ำครวญไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เราจึงควรหาทางอื่นที่เป็นทางออก เราควรทำความดีทั้งทาน ศีล ภาวนา พิจารณาเห็นความไม่เที่ยง เข้าใจตามความเป็นจริง เราก็จะพ้นจากทุกข์ได้ Q: ปั
สมาธิชนิดที่เกิดปัญญา [6825-7q]
Q: ปฏิบัติธรรม ร้องเพลงได้ไหม ?A: สำหรับผู้ที่รักษาศีล 5 ร้องเพลง ฟังเพลงได้ แต่หากเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่รักษาศีล 8 ท่านห้ามเอาไว้ สำหรับนักบวช การที่มีเสียงขึ้นลงนั้นท่านให้ได้มากที่สุดคือการสวดทำนองสรภัญญะ ส่วนเนื้อเพลงท่านให้ได้แค่แต่งกลอน ที่ท่านห้ามไว้เพราะหากฟังเพลงร้องเพลงแล้ว ความเพลินความพอใจ มันจะมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ท่านสอนคือให้เราลดกามลงQ: อรูปราคะในสังโยชน์เบื้องสูงหมายถึงอะไร?A: ภ
พิจารณากายเพื่อละกาย [6824-7q]
Q: ควรวางจิตอย่างไรเมื่อจิตติดในการพิจารณากาย?A: ในการพิจารณากาย ท่านเปรียบไว้กับคนฆ่าโค ที่เขาจะแบ่งเนื้อออกเป็นส่วน ๆ แล้วเปรียบมาที่ตัวเราว่า เมื่อแยกตัวเราออกแล้ว แล้วตัวเราอยู่ตรงไหน หากขณะที่เราแยกออก แล้วเราสงสารวัว เรายังข้ามจุดนี้ไปไม่ได้ ก็อย่ากินสัตว์ใหญ่ พิจารณาว่าเขาฆ่าเจาะจงเพื่อเราหรือไม่ หากเห็น ได้ยิน และสงสัยว่าเขาจะฆ่าเจาะจงเพื่อเรา ก็อย่ากิน พิจารณาว่าการที่เรามีกรุณาต่อมันนั้น
พระวินัยพระกับสตรี [6823-7q]
Q: สตรีควรปฏิบัติตนกับพระภิกษุอย่างไรจึงถูกต้องเหมาะสมตามหลักพระวินัยA: สำหรับพระภิกษุท่านสอนว่า อย่าไปพูด คุยหรือมองสตรี หากต้องพูดคุย ต้องทำอย่างมีสติ ทั้งทางกาย ทางวาจาและทางใจ สำหรับสตรีไม่ควรเข้าไปใกล้พระQ: เรื่องของสัมผัสทางกายA: พระและสตรี ไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกัน ทั้งกายและของที่เนื่อง ด้วยกายคือของที่ต่อจากตัว เช่น เส้นผม เสื้อผ้า ทั้งนี้ หากท่านไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้มีจิตกำหนัด ท่านไม่ผิด ส
ผู้ชื่อว่าสุปฏิปัณโณ [6822-7q]
Q: เหตุใดอุบาสก อุบาสิกา จึงนิยมสวมใส่ชุดขาวมาปฏิบัติธรรมและอุบาสก อุบาสิกา ในสมัยพุทธกาลได้แต่งชุดขาวหรือไม่อย่างไร?A: สันนิษฐานว่า อาจจะเกี่ยวกับคืนวันที่ท่านจะตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ ท่านได้ฝันคือมหาสุบิน ในฝันนั้นท่านเห็นหนอนตัวสีขาวหัวดำ คลานมาจากทุกทิศทุกทางทุกวรรณะ และในมหาประนิพพานสูตร ตอนที่มารมาขอให้ท่านปรินิพพาน หนึ่งในเหตุผลที่ท่านกล่าวกับมาร คือท่านจะยังไม่ปรินิพพานตราบใดที่อุบาส
มหาโจรในคราบผ้าเหลือง [6821-7q]
Q: วิเคราะห์กรณีพระมหาเถระติดการพนันA: ท่านบัญญัติศีลไว้ตั้งแต่สมัยพุทธกาล คนทำผิดศีล จึงไม่ได้มีเฉพาะในสมัยนี้เท่านั้น “พระ” หากขึ้นชื่อว่าโกง ก็อาบัติปาราชิกแล้ว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินว่ามากหรือน้อย ท่านถูกกิเลสภายในหลอก ถูกหลอกให้เข้าใจว่าสิ่งที่ผิด ว่าไม่ผิด ให้เข้าใจว่าที่ไม่ดีเป็นดี ถ้าเรากำจัดกิเลสในตัวเราออกไปได้เราจะไม่ถูกหลอก ให้เรารักษาจิตใจเราให้ดี รักษาศีล มีพรหมวิหาร 4 คิดดี ทำดี
พิชิตงานด้วยอิทธิบาทสี่ [6820-7q]
Q: เมื่อหมดไฟจากการทำงานในระบบราชการ เกิดความเบื่อเซ็งควรทำอย่างไร?A : การที่เราเบื่อเซ็งแล้วหาทางออกของปัญหา นั่นคือเรามีสติ หลักธรรมที่จะแก้ความเบื่อเซ็งได้คือ “อิทธิบาท4” ให้เราตั้งธรรมเครื่องปรุงแต่งขึ้นมา (งาน) และใช้สมาธิเพื่อเชื่อมธรรมเครื่องปรุงแต่งกับอิทธิบาท 4 เข้าด้วยกัน คือเวลาเราทำงานก็จดจ่อในงาน ตั้งฉันทะไว้ด้วยจิตเป็นสมาธิ เราก็จะมีการคิดพัฒนาปรับปรุงคือวิมังสา แล้วก็ใส่ค
วิธีละสักกายทิฏฐิ [6819-7q]
Q: ความหมายของศีล 8 ในข้อ 7 และ ข้อ 8A: ศีลข้อ 7 คือ เว้นจากดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ การตกแต่งร่างกายในฐานะที่จะแต่งให้สวยงาม, ศีลข้อ 8 คือ เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่ ยัดด้วยนุ่นและสำลี ลักษณะคือเตียงสูง ต้องขึ้นบันได มีเสาสูง Q: ผลกรรมที่ทำผิดศีล 5A: ไม่ว่าจะอดีต อนาคต ปัจจุบัน ศีลก็จะให้ผลเหมือนกัน เพราะธรรมะเป็นอกาลิโก คือไม่เนื่องด้วยกาล ตัวอย่างเช่น คนโกหก ไม่ว่าจะพูดที่ไหนก็จะไ
ปัจจัยการให้ผลของกรรม [6818-7q]
Q: ครอบครัวเจ็บป่วยบ่อย เป็นเพราะประกอบธุรกิจที่เบียดเบียนสัตว์ใช่หรือไม่และควรทำอย่างไร?A: การให้ผลของกรรมนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ให้เราเอาศีลเป็นหลักว่า เราได้ทำผิดศีลหรือไม่ ท่านได้กล่าวถึง “อาชีพที่ไม่ควรทำ 5 อย่าง” คือ ค้าอาวุธ ค้าสัตว์เป็น ค้าสัตว์ตาย ค้าสุรา และค้ายาพิษ การค้าหนังสัตว์ก็มีส่วนอยู่ แต่ไม่หนักเท่ากับการฆ่าสัตว์ ให้เราหมั่นทำความดี เข้าใจว่า บุญมีบาปมี มนุษย์มีสุขมีทุกข์ พอๆ
วิบากกรรม [6817-7q]
Q: ใครที่ไม่มีโรคทางใจ?A: พระอรหันต์เท่านั้นที่ท่านไม่มีโรคทางใจ ยาคือมรรค 8 ปฏิบัติตามทางมรรค 8 ทำให้มากเจริญให้มาก เปรียบดังเราต้องการหายจากโรค ถ้าเราทานไม่ครบโดส อาการก็อาจกลับมากำเริบใหม่ได้ แต่หากเราทานยาจนครบโดสแล้วเราก็จะหายจากโรคที่เป็นอยู่ได้ และเมื่อเราหายจากโรคแล้ว (บรรลุพระอรหันต์แล้ว) เราก็ยังต้องรักษาตน ไม่ไปทานของแสลง ให้ทานแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ คือเมื่อบรรลุพระอรหันต์แล้ว ก็ยังต้อ
บาปจากกลลวง [6816-7q]
Q: สอบถามช่องทางการรับฟังA: สามารถรับฟังวิทยุทางคลื่น AM 819 KHZQ: ถูกหลอกให้ทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยจำใจทำ แบบนี้บาปหรือไม่? เมื่อเทียบกับติตติรชาดกA: “ติตติรชาดก” เป็นเรื่องเกี่ยวกับนกกระทาที่นายพรานนำมาขังไว้เพื่อที่ว่า เมื่อมันร้องแล้วเพื่อนของมันที่ได้ยินจะออกมา นกกระทาตัวนั้นไม่ได้มีเจตนาเบียดเบียนหรือประทุษร้าย ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เพื่อนตัวเองต้องตาย หากแต่เสียใจเพราะนกด้วยกันตาย บาปเกิด
สมาธิที่เคียงคู่ด้วยสมถะและวิปัสสนา [6815-7q]
Q: ขณะนั่งสมาธิ รู้สึกเคลิ้ม ๆ ลืมคำภาวนา ลืมลมหายใจ A : ในการภาวนา หากเราเห็นอาการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป คือมีสติ หากเราไม่เห็น หรือเห็นเกิดแต่ไม่เห็นดับ นั่นคือเผลอสติQ: ขณะกำหนดจิตบริกรรมพุทโธอยู่ ระหว่างนั้นครูบาอาจารย์ท่านก็พูดสอนอยู่ด้วย เราจะเอาสติไปจับอยู่กับอะไร?A: สติตั้งไว้ตรงช่องทางที่เสียงจะเข้ามาคือหู และเอาจิตไว้ที่ “โสตวิญญาณ”Q: ถ้าปฏิบัติดี มีศีล สมาธิ ปัญญา มั่นคงแ
ความต่างแผ่เมตตากับแผ่บุญ [6814-7q]
Q : ขอทราบรายละเอียดคอร์สปฏิบัติธรรมA : คอร์สหลีกเร้นปฏิบัติ “ใต้ร่มธรรมกุลเชฎโฐ” ณ วัดภูทอก อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ วันที่ 6-14 ธ.ค. 68 และ คอร์ส “สมาธิกีฬา” ณ มูลนิธิอาศรมมาตา อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา วันที่ 3-7 พ.ค. 68 (เหมาะสำหรับผู้ที่เคยปฏิบัติธรรมแล้ว) สามารถสมัครทั้ง 2 คอร์ส ได้ที่แถบเมนู "สมัครปฏิบัติธรรม" https://panya.orgQ : รับศีลควรรับด้วยคำว่าอะไร?A : “สาธุ” แปลว่าดีล่
หนทางดับอวิชชา [6813-7q]
Q: ชาติ-การเกิด มีความหมายอย่างไร?A: “ชาติ” หมายถึง การเกิด “การเกิด” หมายถึง การกำเนิด การเกิดโดยยิ่ง การก้าวลงสู่ครรภ์ ความปรากฏแห่งอายตนะของสัตว์ทั้งหลาย และยังมีการเกิดในบริบทอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับว่า จะกำหนดบริบทอย่างไร ซึ่งชาติคือการเกิดไม่เหมือนการเกิด-ดับ หากเป็นการเกิด-ดับ ท่านใช้คำว่า อุบัติ (เกิด) - นิโรธ (ดับ) ปัญญาเป็นส่วนของมรรค ในขณะที่ชาติคือการเกิดเป็นส่วนของทุกข์ หน้าที่ที่ต้องทำไม่เ
บาลีกับการสืบต่อพระศาสนา [6812-7q]
Q : เป้าหมายของการบวชพระคืออะไร?A : ไม่ว่าก่อนที่จะบวช จะบวชด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เมื่อบวชมาแล้วนั่นเป็นเรื่องดี ที่สำคัญคือเมื่อบวชมาแล้ว ตั้งจิตตั้งเป้าหมายชัดเจน ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตามคำสอนของท่าน ทั้งนี้รูปแบบการบวช มีหลายรูปแบบ ทั้งการโกนผมห่มเหลือง การรักษาศีลแปด ได้หมด เพราะการบวชคือการบรรพชา คือการประพฤติพรมจรรย์คือถือศีลแปด เป็นต้นไป Q : ปฏิบัติที่บ้านหรือไปเข้าคอร์สดีกว่ากัน?A
ปาฏิหาริย์ที่ทรงสรรเสริญ [6811-7q]
Q: ความแตกต่างระหว่างความอาจหาญในธรรมกับทิฏฐิมานะA: ความอาจหาญ คือความกล้า (วิริยะ) ไม่สะดุ้ง ไม่หวั่นไหว ไปตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบ มีโยนิโสมนสิการ มีปัญญา เข้าใจความจริงตามอริยสัจสี่ แล้วปล่อยวางได้ ต่างกับทิฏฐิมานะ คือมีความอาจหาญที่เป็นไปในลักษณะที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา เป็นความกล้าบ้าบิ่น ไม่รู้ไม่เข้าใจ Q: ทำไมอุรุสกชฏิลจึงไม่ปลงใจเมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงปาฏิหาริย์ แต่ก
รักษาใจไม่เพ่งโทษ [6810-7q]
Q: แบ่งอาหารที่พระบิณฑบาตมาครึ่งหนึ่งจะผิดศีลหรือไม่?A: เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำ ได้มีข้อตกลงอะไรกันหรือไม่ สิ่งที่ควรทำคือ อย่าไปเพ่งโทษเขา อย่าเพ่งว่าเขาจะผิดศีลหรือไม่ ให้เรามีอุเบกขาและมีเมตตาต่อเขา ให้เห็นว่าเขามีทุกข์และอยากให้เขาพ้นทุกข์ นั่นคือ “เมตตา” แล้วก็ประกอบด้วย “อุเบกขา” ไปด้วย เราจะไม่มองเห็นใครโดยความเป็นศัตรูเลย ในขณะเดียวกัน เราก็จะเห็นสัตว์โลกทั้งหลายโดยความเป็นมิตรQ: พระอาพาธ
ปรับอินทรีย์ด้วยสติ [6809-7q]
Q: ความต่างระหว่างขันติกับอุเบกขา?A: “ขันติ” คือ ความอดทน ท่านนิยามไว้ดังนี้ คือ อดทนต่อความร้อน ความหนาว ความหิวกระหาย อดทนต่อเหลือบ ยุง ลมแดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย อดทนต่อทุกขเวทนาอันกล้าแข็งเจ็บแสบเผ็ดร้อน อดทนต่อวาจาอันหยาบคาย “อุเบกขา” คือการวางเฉย เมื่อมีสิ่งมากระทบเราแล้ว เราสามารถวางเฉยได้ ทั้งขันติและอุเบกขาจะต้องประกอบด้วยปัญญา จึงจะกำจัดอกุศลออกไปได้ Q: ติดสมาธิทำให้ไม่ก้
ทางแก้ความกลัวตาย [6808-7q]
Q: ถ้าเราพิจารณากายดั่งถุงหนัง แล้วทำไมหมอที่ผ่าตัดจึงไม่บรรลุธรรม?A: เห็นสิ่งเดียวกันแต่เห็นไม่เหมือนกัน หมอเขาก็เห็นไปตามวิธีคิดของเขา การพิจารณาคือเห็น เราต้องเห็นด้วยปัญญาอันชอบ คือ เราต้องมีจิตที่เป็นสมาธิและคิดอย่างมีระบบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าคือโยนิโสมนสิการ ปัญญาอันชอบจึงจะเกิด (ปัญญาในที่นี้คือปัญญาในการบรรลุธรรม ปัญญาชอบคือสัมมา หมายถึงกิเลสลด) ท่านกล่าวไว้ว่า “เห็นกายนี้ด้วยปัญญาอั
รอยต่อของสมาธิ [6807-7q]
Q: ขณะฟังธรรมต้องแยกจิตเพื่อไปดูจิตที่เป็นกุศลธรรมนั้นด้วยหรือไม่?A: ถ้าทำหลายอย่างจะสับสน ให้เอาสติไว้เป็นสิ่งแรก ถ้าจิตยังไม่สงบ ต้องอาศัยการสังเกตคือสติ เอาจิตจดจ่อลงไป เมื่อมีสติ จิตระงับลง ๆ จิตสงบ ก็ฟังเทศน์ไปด้วย คิดใคร่ครวญไปด้วย แต่หากเราจดจ่อเรื่องใดมากเกินไป เราจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ก็จะไม่ได้ฟังเทศน์ เพราะฉะนั้นให้เอาตรงที่การรับรู้คือวิญญาณของเรา เอาตรงการรับรู้ของจิตของเราQ: นั่งสม
ขจัดคำหยาบขณะภาวนา [6806-7q]
Q : เมื่อมีความคิดหยาบที่เกิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ควรแก้ไขอย่างไร?A : เมื่อเราพูดคิดหรือทำไปในสิ่งใดมากๆ จิตก็จะสั่งสมการกระทำอย่างนั้นๆ จึงทำให้ช่องทางใจมีความคิดอย่างนี้อยู่มาก ซึ่งความคิดหยาบก็บาปอยู่แล้ว ส่วนจะบาปมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของเจตนาและขึ้นอยู่กับว่าทำกับใคร ถ้าทำกับคนที่มีคุณมาก บาปก็จะมากได้ วิธีการแก้ไข คือ ฝึกคิดพูดทำในสิ่งดี ๆ ให้มาก ปฎิบัติตามมรรค 8Q : การขอขมาพระรัตน
วิธีที่ทำให้มีอำนาจเหนือจิต [6805-7q]
Q: ทำอย่างไรให้มีอำนาจเหนือจิตA : ผู้ที่มีอำนาจเหนือจิต คือ “ต้องการตริตรึกเรื่องใดก็ตริตรึกได้ ไม่ต้องการให้ตริตรึกเรื่องใดก็ไม่ตริตรึกได้ ต้องการให้ดำริเรื่องใดก็ดำริได้ ไม่ต้องการดำริเรื่องใดก็ไม่ดำริได้” (ตริตรึก คือ คิดแบบวิตกคือน้อมจิตไปคิด/ดำริคือความคิดที่มันโผล่ขึ้นมาเอง) ลักษณะของจิต เมื่อมันไปอยู่กับสิ่งไหนก็จะเป็นไปตามสิ่งนั้น เราจึงต้องรักษาจิตของเราให้ได้ ด้วยเครื่องมือแห่งสมาธิ 5 ปร
เทคนิคการแผ่เมตตา Live [6804-7q]
Q : การแผ่เมตตาให้กับผู้ที่เราขุ่นเคืองA : อานิสงส์ของการแผ่เมตตา จะทำให้คนรอบข้างได้รับกระแสแห่งความรัก ความปรารถนาดี เมตตาเป็นหนึ่งในพรหมวิหารสี่ เป็นเมตตาที่ไม่มีเงื่อนไข การแผ่เมตตาให้กับคนที่เราขุ่นเคืองนั้น เราต้องตั้งจิตให้มีเมตตาแล้ว 1) แผ่เมตตาให้กับจิตของเราที่ขุ่นเคือง 2) ส่งต่อไปยังบุคคลที่เราขุ่นเคืองนั้น 3) แผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายQ : ทำสมาธิไม่ได้หรือได้ไม่นาน?A : การที่เรามีจิตสงบ
เมตตาคือคำตอบ [6803-7q]
Q : เมื่อพ่อแม่ติดโซเชี่ยลมีเดียควรจัดการและวางใจอย่างไร?A : ตราบใดที่อกุศลธรรมยังไม่เกิด ไม่เป็นปัญหา ให้คุยกับท่านด้วยเหตุผล ให้เรามีเมตตา มีพรหมวิหารสี่ คือ มีทั้งเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เมตตาที่เปรียบดังมารดาที่รักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะยิ่งเรามีเงื่อนไขแห่งความสุขมาก เราก็จะยิ่งทุกข์มาก ถ้าเราบอกแล้วท่านไม่ฟัง ก็ให้เรามีอุเบกขา อย่าให้จิตเราขัดเคือง ให้เราแผ่เมตตา แผ่ให้กับจิตของตัว
โพชฌงค์กับการป่วยไข้ [6802-7q]
Q : ทำไมเวลาไปกราบสี่สังเวชนียสถานหรือกราบพระบรมสารีริกธาตุจึงทำให้ใจสงบได้เร็ว เป็นเพราะพุทธคุณใช่หรือไม่?A : “พละ 5” เริ่มต้นด้วยศรัทธา เมื่อเรามีศรัทธาที่เป็นพละคือกำลัง มีจิตที่สงบและน้อมจิตลงมือทำในสิ่งที่ท่านสอน เรียกว่า “ปาฎิหาริย์” เกิดขึ้นอาศัยพุทธคุณเรียกว่า “อนุสาสนีปฏิหาริย์” ซึ่งเครื่องมือที่จะทำให้เกิดศรัทธาได้ คือน้อมจิตไปในการฟัง น้อมจิตไปในพระพุทธรูป พระธาตุ น้อมจิตไปในธรรม และถือ
ปัจจัยที่ทำให้จิตเกิดวิชชา [6801-7q]
Q : มีวิธีสร้างพลังใจให้เข้มแข็งได้อย่างไร?A : การที่เราจะทำให้ใจของเราให้มั่นคงเข้มแข็งได้ ลักษณะความเข้มแข็งแน่วแน่ตรงนี้คือ “อินทรีย์พละ” มี 5 อย่าง เริ่มด้วย พลังศรัทธา พลังวิริยะ พลังสติ พลังสมาธิ และพลังปัญญา ทั้ง 5 อย่างนี้ต้องมาด้วยกัน หากมีแค่ศรัทธาและความเพียร เราจะต้านกระแสได้ไม่นาน สติ สมาธิ และปัญญา จะเป็นตัวประกอบที่จะทำให้สม่ำเสมอต่อเนื่องไปได้ ที่สำคัญคือเราอย่าไปผิดทาง เราต้องตั้ง
เบื้องต้นเบื้องปลายของวัฏฎะ [6752-7q]
Q : ตอบคำถามที่ทำให้เข้าใจในปฏิจจสมุปบาทA : หากฟังแล้วไม่เข้าใจนั่นเพราะสัญญายังไม่เป็นญาณ ญาณแปลว่าความรู้ หมายถึงปัญญา สัญญาเกิดก่อนญาณเกิดทีหลัง ในที่นี้สัญญาหมายถึงความหมายรู้ สัญญาจะเปลี่ยนเป็นญาณได้ก็ต่อเมื่อมีสมาธิ คือมีจิตจดจ่อเป็นอารมณ์อันเดียว Q : ทำไมพระโพธิสัตว์จึงตั้งจิตปรารถนาให้ได้ภรรยาของพี่ชาย?A : จาก “กุสชาดก” เป็นเรื่องย้อนหลังกลับไปชาติก่อน ตอนพระพุทธเจ้าเป็นพระโพธิสัตว์ ใ
เทคโนโลยีกับวิกฤตศรัทธา [6751-7q]
Q : สวดมนต์เยอะและนานดีหรือไม่อย่างไร?A : ที่สำคัญคือเมื่อสวดมนต์แล้วจิตสงบหรือไม่ หากสวดมนต์แล้วจิตสงบมีปิติสุข จิตเป็นสมาธิ นั่นจะเป็นทางที่ไปสู่วิมุตคือหลุดพ้นจากกิเลสได้ ซึ่งทางไปสู่วิมุตยังมีทางอื่น ๆ ทั้งการนั่งสมาธิ การฟังธรรม การสอนธรรมะ การใคร่ครวญธรรม ก็ล้วนแล้วแต่เป็นทางที่ไปสู่วิมุตได้ Q : นั่งสมาธิได้ไม่นาน แค่ไหนจึงจะเพียงพอA : สมาธิอยู่ที่จิตสามารถทำได้ในทุกอิริยาบถ สิ่งที่สำคั
อัญญาณุเบกขา อุเบกขาที่ไม่ฉลาด [6750-7q]
Q : การวางจิตขณะเดินจงฺกม?A : ตอนนั่งทำอย่างไรตอนเดินก็ทำอย่างนั้น ทำในทุก ๆ อิริยาบถ มีความเพียร ทำอย่างต่อเนื่อง อานิสงฆ์คือจะไปสู่ความเป็นอมตะ | นิพพานในอนาคตกาลเบื้องหน้า Q : ความสงบใจเกิดขึ้นได้อย่างไร?A : หลักการคือเราจะรู้ถึงความสงบได้เราก็ต้องรู้ว่าที่ไม่สงบเป็นอย่างไร เมื่อรู้แล้วก็ไม่ทำอย่างนั้น คือถ้าหากเรายินดียินร้าย สะดุ้งไปตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ แล้วทำให้เราไม่สงบ เกิดอก
กระบวนการของปฏิจจสมุปบาท [6749-7q]
Q: “เรา” อยู่ตรงไหนในปฏิจจสมุปบาท?A: ปฏิจจสมุปบาท คือ ธรรมะที่อาศัยกันและกันเกิดขึ้น ลักษณะกระบวนการของมันคือ “เพราะมีสิ่งนี้สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดสิ่งนี้จึงเกิด เพราะความดับไปของสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป” ทั้งคู่เกิดและคู่ดับ เป็นคู่ ทีละคู่ จะเอาคู่ไหนมาพิจารณาก็ได้ จิตของเรามันมีอวิชชา มันจึงไม่รู้ว่าไม่ต้องปรุงแต่งก็ได้ จิตเมื่อมีการปรุงแต่งก็จะทำให้เกิดการรับรู้คือวิญญาณ รับรู้ในสิ่
อุปกิเลสอยู่ฝ่ายอกุศล [6748-7q]
Q: อุปกิเลส 16 มีปฏิสัมพันธ์กับทาน ศีล และภาวนาอย่างไร?A: แบ่งเป็นฝ่ายกุศลกับอกุศล อุปกิเลสอยู่ฝั่งอกุศล ทั้งสองฝ่ายจะแปรผกผันกัน ถ้ามีทาน ศีล ภาวนามาก ตัณหา อวิชชา กิเลสก็ลดลง แต่ถ้ามีตัณหา อวิชชา กิเลสมาก การภาวนาก็จะลดลง ทาน ศีล ภาวนา เป็นกระบวนการที่ช่วยกำจัดกิเลสจากหยาบไปละเอียด หรืออีกนัยยะคือ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือมรรค 8 เราต้องทำกระบวนการทั้งหมดให้มันเข้ากัน เปรียบดังการปรุงอาหาร











