
ตามรอยพระตถาคต
หมู่คณะเล็กๆ ที่สนใจศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า รวมตัวกันรักษาอริยอุโบสถทุกวันพระ สนทนาธรรม ปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระศาสดา ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมุ่งเน้นให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้มีความรู้ในอริยสัจ สิ่งที่พระศาสดาตรัสรู้และนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ถึงความสิ้นทุกข์ในกาลต่อไป
ตอน

สาธยายและมนสิการ ปฏิจจสมุปบาท
ผู้ใดใส่ใจในคำสอน สวดสาธยาย ในแก่นธรรม คือ ปฏิจจสมุปบาทเพื่ออบรมจิต อบรมปัญญา ผู้นั้นพึงหวังได้ในความเจริญ

วิปลาสอยู่ร่ำไป ไม่รู้ อะไรคือกุศล? อะไรคืออกุศล? จะเป็นศิษย์พระพุทธเจ้า ได้อย่างไร?
หากยังตกในอวิชชา ไม่เห็นปฏิจจสมุปบาทย่อมวิปลาสอยู่ร่ำไป เพราะวิปลาส เป็นปัจจัย จะทำกุศลกรรมให้เกิด ได้อย่างไร?

พิจารณาฐานะนี้เนืองๆ มรรคย่อมเกิด
อาศัยเรื่องกรรม ในการเข้าสู่สัมมัตตนิยาม เพื่อเดินมรรค

สัตว์ ๗ ตัว ความลับของการเวียนว่ายตายเกิด
เพราะสัตว์ ๗ ตัวตกอยู่ในอวิชชา การเวียนว่ายในวัฏฏะ ย่อมมีไม่จบสิ้น

สัมมัตตนิยาม ทางออกจากทุกข์
หากเราจะกล่าวว่าทางออกจากทุกข์มีทางเดียว ทางเดียวนั้น ก็คือ ต้องหยั่งลงสู่สัมมัตตนิยาม อะไรคือ สัมมัตตนิยาม และเราจะหยั่งลงด้วยอาการอย่างไร?คลิปนี้จะมีคำตอบ

การฝึกโยนิโสมนสิการของแม่สุภาพร
การฝึกโยนิโสมนสิการของแม่สุภาพร

แนวทาง การเจริญมรณัสสติ
แนวทางในการมนสิการ มรณัสสติ

จำนวนกัป จำนวนสัตว์ ที่เราเคยเป็น ที่ผ่านมานั้น มากเพียงใด?
จำนวนกัป จำนวนสัตว์ที่เราเคยเป็น ที่ผ่านมานั้น ช่างมากมาย ยาวไกล จนนับไม่ได้

อริยมรรค สำหรับฆราวาส ผู้ครองเรือน เป็นอย่างไร?
ข้อปฏิบัติ เพื่ออกจากกองทุกข์ สำหรับฆราวาส ผู้อยู่ครองเรือน ยังละกามไม่ได้ เป็นอย่างไร?

ทบทวนปฏิจจสมุปบาทแบบย่อๆกับแม่ดวงแก้ว
สนทนาเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพื่อมีความรู้ ที่จะพาออกจากทุกข์ได้

บทสวดสาธยายและมนสิการ ปฏิจจสมุปบาท โดยแม่ดวงแก้ว
บทสวดสาธยายและแนวทางการมนสิการ ปฏิจจสมุปบาท

มรณัสสติ
แนวทางการเจริญ มรณัสสติ ตามหลักคำสอน

สนทนาเรื่อง เพื่อนสอง
ตัณหา หรือ จิตวิปลาส มีเมื่อใด เมื่อนั้น ย่อมมีเพื่อนสอง

การกล่าวธรรมก่อนทำกาละ การเดินมรรคก่อนทำกาละ
หลักการกล่าวธรรมแก่ผู้ใกล้ทำกาละ(ใกล้ตาย)หลักการเดินมรรค ก่อนทำกาละ ตามคำสอนของพระศาสดา

แนวทางการกล่าวธรรม ก่อนทำกาละ ของหมู่คณะ
แนวทางการกล่าวธรรม ก่อนทำกาละ ของหมู่คณะ

บทสวดสาธยาย เพื่อให้ถึงวิมุตติ (ปฏิจจสมุปบาท)
สมัยใด อริยสาวก ได้ตั้งใจใส่ใจ มนสิการโดยแยบคายในปฏิจจสมุปบาท จนรู้แจ้งอรรถ รู้แจ้งธรรม หรือมีปัญญา มีวิชชาเกิดขึ้นการน้อมไปในความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด สละคืนอุปธิทั้งปวงสิ้นตัณหา สิ้นกรรม สิ้นธุระ ย่อมเกิดได้อริยมรรค เกิดได้เพราะการสาธยาย ในบทอันเป็นแก่นธรรม ดังนี้แล

เจตนา ความตั้งใจ ของศูนย์ตามรอยพระตถาคต
เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้คำสอนพระพุทธเจ้า โดยสมาชิกทุกท่าน สามารถแบ่งปันความรู้ที่ถูกต้องสากัจฉากันในพระธรรมคำสอน ให้เข้าใจแก่นธรรม เพื่อให้ออกจากทุกข์ได้

ไม่มีอริยสัมมาทิฏฐิ จึงพากันเดินทางผิด
พระศาสดาปฏิบัติธรรม จนเห็นปฏิจจสมุปบาทเพราะเห็นปฏิจจสมุปบาท พระองค์จึงรู้แจ้งอริยสัจสี่บัดนี้ การปฏิบัติผิดมีมากมาย เพราะไม่รู้ปฏิจจสมุปบาทและไม่มีเป้าหมาย ในการปฏิบัติ เพื่อรู้แจ้งปฏิจจสมุปบาทเมื่อไม่มีการรู้แจ้งปฏิจจสมุปบาท จะเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และออกจากกองทุกข์ทั้งปวงนี้ ได้อย่างไร?

ปลูกศรัทธา ตั้งตนในหิริ โอตตัปปะ เดินสู่ทางดับกรรม
ผู้มีศรัทธาในพระศาสดา รู้ชัดคำสอน ย่อมตั้งตนในหิริ โอตตัปปะย่อมใส่ใจ ปรารภความเพียร เดินสู่หนทางอันประเสริฐ

ทิฏฐิ ความเชื่อ หิริโอตตัปปะ การเดินตามศาสดาของตน
อาศัยรู้แบบนี้ เข้าใจแบบนี้ เชื่อแบบนี้การเคลื่อนไปของกาย วาจา ใจ อันประกอบด้วยหิริ โอตตัปปะ หรือไม่ประกอบด้วยหิริ โอตตัปปะ จึงเกิดการเดินตามศาสดาของตน จึงเกิด

ทัสสนะหมดจด เกิดจากการเห็นปฏิจจสมุปบาท
อาศัยอายตนะ อาศัยขันธ์ห้า อาศัยธาตุสี่หรือธาตุหก เพื่อมนสิการโดยแยบคาย ให้เห็นแจ้งในปฏิจจสมุปบาทการรู้ชัดในสังขตธรรมทั้งปวง ดังนี้ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ย่อมดับไปเป็นธรรม ทั้งหมดนี้ ต้องเห็นปฏิจจสมุปบาท จึงจะออกจากกองทุกข์ ได้ผู้ใดรู้ชัด อายตนะ ขันธ์ ธาตุ หรือทุกขธรรมทั้งปวง ผู้นั้นย่อมมี ทัสสนะ หรือทิฏฐิ หมดจดดี

เชื่อแบบไม่มีปัญญา ถือมั่นตำรา ไม่เคยรู้เองเห็นเอง
การรู้เองเห็นเอง ตามหลักสัมมัตตนิยาม การรู้เองเห็นเอง ตามหลักปฏิจจสมุปบาทคือการเดินตามรอยพระศาสดา ย่อมเป็นไปเพื่อให้เกิด ปัญญา

วิปลาสแน่ ถ้ายังไม่รู้แจ้งธรรมสิบหมวด(โอกกันตสังยุต)
เหล่าสัตว์ผู้ตกในอวิชชา ทุกผัสสะ สัญญาต้องวิปลาส จิตต้องวิปลาสกรรมไม่เกินสามประการ คือ กรรมดำ กรรมขาว กรรมทั้งดำและขาว ย่อมเกิดแน่

หยั่งลงมั่น ไม่หวั่น เป็นอย่างไร?
การเห็นปฏิจจสมุปบาท ชื่อว่าเห็นพระตถาคตการเห็นปฏิจจสมุปบาท ชื่อว่าเห็นพระธรรมการเห็นปฏิจจสมุปบาท ชื่อว่ารู้จักพระอริยสงฆ์

อย่างไรจึงชื่อว่า หยั่งลงมั่น ไม่หวั่นไหว
หมู่คณะแสดงลักษณะ การหยั่งลงมั่น ไม่หวั่นไหวในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

สรุปธรรมสิบหมวด
บทสนทนา สรุปธรรมสิบหมวด

ทบทวน ธรรมหมวดที่ ๒ ถึง ๑๐
สนทนาธรรม ทบทวน ธรรมหมวดที่ ๒ ถึง ๑๐

ทบทวน ธรรมหมวดที่ ๑ (อายตนะภายใน)
บทสนทนา ทบทวน ธรรมหมวดที่ ๑ (อายตนะภายใน)เพื่อรู้แจ้งใน อายตนะภายใน ทั้งหมดที่มีในวัฏฏะ

จิตปภัสสร จิตเดิมแท้?
จิตปภัสสร คืออะไร? จิตเดิมแท้ เป็นคำกล่าวคำสอน ของใคร?

ตายแล้วไปไหน
สนทนาเรื่อง ตายแล้วไปไหน อย่างละเอียดพิสดาร

พิจารณาอะไร อย่างไร จึงจะถึงความสิ้นทุกข์โดยชอบ
พระศาสดาเดินมรรคอย่างไร ปฏิบัติอย่างไรพระองค์ก็สอนพวกเรา ให้ปฏิบัติอย่างนั้น

ตี๋ร่วมสนทนาธรรม
ตี๋ร่วนสนทนาธรรม

สนทนากับเอ๋ แม่สุภาพร แม่คำและอื่นๆ
สนทนาในแก่นคำสอน กับหมู่คณะ

สนทนาธรรมกับพี่แมงและแม่ดวงแก้ว
สนทนาแก่นธรรมกับพี่แมงและแม่ดวงแก้ว

สติปัฏฐานเป็นอย่างไร?
คลิปนี้รวมทั้งวิธีการปฏิบัติธรรมของพระศาสดา วิธีการเจริญสติปัฏฐานขอให้เราตั้งใจ ใส่ใจ ฟังคลิปนี้ให้ดี

กรรมดี กรรมชั่ว แม่น้ำคงคา
ปฐมนิทานสูตร

อ.แป๊ะ ร่วมสนทนาธรรม
อ.แป๊ะ ร่วมสนทนาธรรม

รักษาจิต
อริยสาวก ผู้ได้ฟังคำสอนเรื่อง รักษาจิต ย่อมรู้แจ้ง และน้อมรับเอาไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างการเดินมรรค(เยี่ยมไข้)
อริยสาวกผู้มีปัญญา มีอริยสัมมาทิฏฐิย่อมกล่าวธรรมอันประเสริฐ ให้อริยสาวกผู้มีปัญญา ผู้กำลังป่วยไข้ ได้มีสติ ได้เจริญสติ ให้เห็นธรรม ให้ถึงความเจริญโดยส่วนเดียว

ตัวอย่างการเดินมรรค(จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน)
จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน อริยสาวก ผู้มีปัญญา มีอริยสัมมาทิฏฐิ ย่อมรู้แจ้งได้ เมื่อฟังธรรมนี้

ตัวอย่างการเดินมรรค(กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน)
ตัวอย่างการเดินมรรค กายานุปัสสนาสติปัฏฐานอริยสาวกผู้รู้แจ้งปฏิจจสมุปบาท มีอริยสัมมาทิฏฐิ ฟังแล้วจะแจ่มแจ้งได้

สังกะลีแสดงสติปัฏฐาน
ท่านหมวดช่วยแสดงสติปัฏฐาน

ภาพรวมการเจริญสติปัฏฐาน
อ้างอิงจาก มหาสติปัฏฐานสูตร

วิธีปฏิบัติสติปัฏฐาน
การเจริญสติปัฏฐาน ตามที่พระศาสดาได้กล่าวสอน และพระองค์ได้ปฏิบัติมาก่อนแล้ว

วิญญาณที่มาเกิดเป็นมนุษย์ มาจากไหน?
วิญญาณาหาร เป็นปัจจัยเพื่อการเกิดในภพใหม่ เมื่อวิญญาณาหาร เกิดแล้ว สฬายตนะหรือนามรูปใหม่จึงมีได้

การเดินมรรคของพระศาสดา
แม้พระศาสดาก็อาศัยการเจริญสติปัฏฐาน เพื่อให้เกิดปัญญา

นามรูปเกิดแล้ว ผัสสะ เวทนา สัญญา สังขาร จิต กรรมย่อมเกิด
อาศัยนามรูป อาศัยสฬายตนะ ผัสสะ เวทนา สัญญา สังขาร จิต กรรม จึงเกิดได้

อาศัยกรรมเก่า อาศัยธาตุ นามรูป(สัตว์)จึงเกิดได้
อาศัยสัตว์ในกาลก่อน ผู้ตกในอวิชชา สร้างกรรม ไว้มากมายครั้นตายไป นามรูปใหม่ สัตว์ตัวใหม่ จึงมีได้

กรรมดี กรรมชั่ว กุศล อกุศล
กรรมชั่วเกิด อกุศลกรรมเกิด เพราะไม่เห็นปฏิจจสมุปบาทกรรมดีเกิด กุศลกรรมเกิด เพราะเห็นปฏิจจสมุปบาท

ทางเอกทางเดียวเพื่อบรรลุนิพพาน (๒)
ตัวอย่าง และแนวทาง การเจริญสติปัฏฐาน

ทางเอกทางเดียวเพื่อบรรลุนิพพาน (๑)
ภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์เพื่อล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน ทางนี้คือสติปัฏฐาน ๔ ประการ

การเจริญสติปัฏฐาน อานาปานสติ
การเจริญสติปัฏฐาน อานาปานสติ

สนทนาปฏิจจสมุปบาท
สนทนาปฏิจจสมุปบาท

ปฏิบัติเพื่อเห็นเวทนา
การปฏิบัติเพื่อเห็นเวทนา ที่ผิดๆ ในปัจจุบัน ก็มีอยู่เราควรช่วยกัน ชี้แนะการปฏิบัติที่ถูกต้อง ที่พระศาสดาตรัสสอนไว้

การรู้เอง เห็นเอง ที่ประเสริฐ คือรู้เห็นอะไร?
การรู้เอง เห็นเอง ที่ประเสริฐ คือรู้เห็น ปฏิจจสมุปบาทการกล่าวเฉพาะใน ปฏิจจสมุปบาท จึงนับว่าประเสริฐสูงสุดเช่นกัน

มรรคเพื่อเห็นปฏิจจสมุปบาท ประเสริฐสุด
มรรคเพื่อเห็นปฏิจจสมุปบาท ประเสริฐสุด เป็นสัมมามรรค เป็นอริยมรรคอย่างแท้จริง

ปฏิจจสมุปบาท ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น
ปฏิจจสมุปบาท ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น

มนสิการปฏิจจสมุปบาท
อริยสาวก ผู้ได้สดับ ย่อมเดินมรรค คือโยนิโสมนสิการ ในปฏิจจสมุปบาท อยู่เนืองนิจเพื่อให้รู้แจ้งทุกข์ รู้แจ้งโลก เพื่อเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์ ทั้งปวงนั้น

ปฏิจจสมุปปันนธรรม สิบหมวด
ธรรมชาติที่อาศัยกันเกิดขึ้น สิบหมวด เวียนมาเวียนไปในวัฏฏะตราบเท่าที่ยังมี อวิชชาเป็นปัจจัย

การเห็นความว่างหรืออนัตตา ที่ประกอบด้วยปัญญา
สุญญตา ความว่างเปล่า ไร้แก่นสาร ไร้อัตตา ที่ประกอบด้วยปัญญาก็คือ อริยมรรค ต้องโยนิโสมนสิการ จึงจะเห็นความจริงนี้ ในธรรมทั้งปวงได้

ปฏิบัติบูชา
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม บูชาพระศาสดา

เดินมรรค บูชาพระศาสดา
ร่วมกัน ใส่ใจ ในคำสอน ปฏิบัติบูชา พระศาสดา

อ.แป๊ะ กล่าวธรรม
อ.แป๊ะ กล่าวธรรม และให้กำลังใจ

ผู้มีบุญ จงตั้งใจใส่ใจ เงี่ยโสตลงฟัง ธรรมนี้เถิด
ผู้มีบุญ จะไม่ทอดธุระใน พระธรรมอันประเสริฐ ที่ทำให้พระโพธิสัตว์ กลายเป็นพระพุทธเจ้า

อ.แป๊ะช่วยเสริม แก่นธรรม
ธรรมสิบหมวด ปฏิจจสมุปบาท คือแก่นธรรม

การปฏิบัติธรรม ที่ถูกต้อง โดยสังเขป
กรรมทั้งไม่ดำไม่ขาว พอสังเขป

แก่นธรรม ฟังแล้วก็ต้องฟังอีก
ลักษณะแก่นธรรม คือ ธรรมอันเป็นไปเพื่อรู้แจ้ง เพื่อเกิดปัญญาธรรมอันเป็นไปเพื่อเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และหลุดพ้นนี้คือลักษณะของแก่นธรรม

สรุปปฏิจจสมุปบาท ธรรมสิบหมวด
สังขตธรรมทั้งปวง ที่อาศัยกันเกิดขึ้น เป็นปฏิจจสมุปบาทพระศาสดารู้แจ้งว่า ล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ที่สุดแล้วย่อมว่างเปล่าเราทั้งหลายต้องรู้แจ้งปฏิจจสมุปบาท ต้องรู้แจ้งสังขตธรรมทั้งปวงจึงจะรู้แจ้งทุกข์ จึงจะรู้แจ้งอริยสัจสี่ได้

กรรม ธาตุ ภพ ชาติ(ผู้ใหม่ควรฟัง)
อาศัยกรรมเก่า เป็นผืนนา อาศัยวิญญาณธาตุ เป็นพืช ภพใหม่จึงปรากฏ ชาติคือนามรูปใหม่ จึงปรากฏได้

สรุปแก่นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แก่ผู้ใหม่
ปฏิจจสมุปบาท คือพระธรรมอันประเสริฐอันผู้ใดเห็นแจ้ง และน้อมใจเชื่อในธรรมนี้ ย่อมออกจากทุกข์ได้

อาศัยกรรม อาศัยธาตุ สัตว์โลกจึงเกิดได้
อริยสาวก ทราบชัดในปฏิจจสมุปบาท ทุกอาการ รวมทั้งปฏิจจสมุปบาทในช่วงการเคลื่อนจากภพนี้ ไปสู่ภพอื่น

เหตุใดอริยสาวกจึงไม่กลัวตาย
ผู้ที่มีคุณอันประเสริฐ ผู้รู้แจ้งทางมาทางไปของสัตว์ จะสะดุ้งกลัวต่อความตาย ได้อย่างไร?

ขันธ์ห้า สำหรับผู้ใหม่
อีกแง่มุมเรื่องขันธ์ห้า ที่ผู้ใหม่ควรเข้าใจ

การกล่าวธรรมแก่ผู้ใฝ่ธรรม
ควรมีเจตนาอย่างไร ควรกล่าวเรื่องอะไร?

ช่วยกันสรุป อริยสัจสี่
อริยสัจสี่

ละเลยธรรมอันประเสริฐ
หากเราละเลยพระธรรมอันประเสริฐ คือ ปฏิจจสมุปบาท ธรรมที่พระศาสดาค้นพบ แล้วพระองค์จึงออกจากทุกข์ได้เราจะพ้นจากทุกข์ เช่นพระศาสดา ได้อย่างไร?

ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น
สนทนา ปฏิจจสมุปบาท ว่าด้วยธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น ธรรมชาติที่เวียนว่ายไปมาในวัฏฏะ

สนทนาปฏิจจสมุปบาท
บทสนทนาอันละเอียด ในเรื่องปฏิจจสมุปบาท

เพราะอะไร ปุถุชนจึงไม่รู้แจ้งกาย ไม่รู้แจ้งจิต
เพราะไม่เห็นปฏิจจสมุปบาท จึงไม่รู้แจ้ง สังขตธรรมทั้งปวง

หลักการดู พระอรหันต์
สุนักขัตตสูตรพระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๔ หน้าที่ ๖๑











