
5 นิทานพรรณนา
เด็กฟังได้ ผู้ใหญ่ฟังดี. นิทานธรรมะ วรรณกรรมเรื่องเล่า จากชาดกและธรรมบท ฟังแล้วจะรู้ถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยพุทธกาล ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับธรรมะน่าชวนติดตาม. New Episode ทุกวันศุกร์ เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.)
Episodes
โลกนี้มีกิเลสนำไป [6924-5p]
พระเจ้าพรหมทัตผู้ปกครองนครพาราณสี มีอัครมเหสีผู้สวยงามชวนหลงไหลยิ่ง เมื่อถึงคราวสวามีจะต้องออกทัพไปปราบศึก นางจึงขอให้พระสวามีส่งคนมารายงานทุกข์สุขของพระองค์เป็นระยะมิให้ขาด เมื่อพระราชาเดินทัพทางไกล ก็รีบส่งม้าเร็วนำข่าวมาส่งแก่อัครมเหสีตามที่ให้สัญญาไว้ ในทุก ๆ โยชน์ที่ทัพกษัตริย์เดินทางไปก็จะมีทหารมาส่งข่าวแก่พระมเหสี 1 คน ซึ่งพระนางนั้นกลับทำการนอกใจพระราชาทุกครั้งไป ในวันที่รอรับเสด็จพระ
ใจแตกวันวาน บรรลุธรรมวันพรุ่ง [6923-5p]
ปฏาจารา หญิงงามผู้เพียบพร้อม แต่เลือกหนีตามชายคนรับใช้ไปสร้างครอบครัว ทว่าโชคชะตากลับโหดร้ายเกินคาด สามีถูกงูกัดตาย ลูกคนหนึ่งถูกเหยี่ยวโฉบ ลูกอีกคนถูกน้ำพัดหาย และเมื่อกลับถึงบ้าน ยังพบว่าบิดา มารดา และพี่ชายเสียชีวิตพร้อมกัน ความทุกข์ถาโถมจนถึงขั้นเสียสติแต่เมื่อได้ฟังพระธรรมจากพระพุทธองค์ นางจึงเห็นความจริงของชีวิตว่า ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง ไม่มีสิ่งใดเป็นที่พึ่งอันแท้จริง จากหญิงผู้จมอยู่ในมหาสม
ก่อบาปเรื่อยไป เพราะโกหกไปเรื่อย [6922-5p]
เมื่อกาลนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาไก่ป่า มีบริวารหลายร้อยตัว พากันอาศัยอยู่ในป่าลึก ใกล้กันนั้นมีนางแมวตัวหนึ่งอาศัยอยู่ นางแมวป่ามันเที่ยวใช้อุบายล่อลวงจับไก่ป่ากินเป็นอาหารเกือบหมด เมื่อพญาไก่ป่าทราบว่าบริวารถูกนางแมวจับกินก็ไม่ไปใกล้บริเวณนั้น นางแมวป่าจอมมายาจึงต้องดั้นด้นมาหาพญาไก่ป่าเสียเอง มันกล่าววาจาหว่านล้อมต่างๆ เพื่อหลอกล่อให้พญาไก่ป่าเข้ามาใกล้ หากแต่พญาไก่ป่ารู้ทันเล่ห์เหลี่ยม
ประโยชน์ทางโลก ก่อโทษทางธรรม [6921-5p]
ท่านพระรัฏฐปาละ บุตรเศรษฐีแห่งแคว้นกุรุ ครั้นได้สดับพระธรรมจากพระพุทธองค์ ก็เกิดศรัทธาแรงกล้า ปรารถนาจะออกบวชเพื่อแสวงหาความพ้นทุกข์ แม้มารดาบิดาจะคัดค้าน ท่านก็ยืนยันความตั้งใจอย่างแน่วแน่ จนได้รับอนุญาตให้บรรพชา เมื่อบวชแล้ว ท่านตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างไม่ประมาท ไม่นานก็บรรลุอรหัตผล ภายหลังกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม แม้บิดามารดาจะขอให้กลับมาครองสมบัติอีกครั้ง ท่านก็ไม่หวั่นไหว เพราะเห็นแจ้งว่า ทรัพย์สมบ
ผู้ตื่นอยู่ทุกเมื่อ [6920-5p]
บุรุษยากจนแห่งเมืองอาฬวี แม้มีชีวิตที่อัตคัด แต่ใจเปี่ยมด้วยศรัทธา เมื่อทราบว่าพระพุทธองค์เสด็จมา เขาตั้งใจมั่นว่าจะไปสดับพระธรรมให้ได้ ทว่าโคของเขากลับหายไป เขาจึงต้องออกตามหาเสียก่อน พระพุทธองค์ทรงทราบอุปนิสัยแห่งการบรรลุธรรมของเขา จึงทรงประทับรอ มิได้แสดงธรรมแก่ผู้ใด จนชายผู้นั้นเดินทางมาถึงด้วยความหิวโหยและอ่อนล้า พระองค์โปรดให้เขาอิ่มก่อน แล้วจึงทรงแสดงพระธรรม เมื่อกายคลายทุกข์ ใจจึงสงบ ในที่
ยิ่งไขว่คว้า ยิ่งต้องละ [6919-5p]
ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ เดิมเป็นบุตรพราหมณ์มหาศาล มีนิสัยมักมากในการบริโภค แม้สอนศิษย์มากมาย แต่เพราะความตะกละ จึงถูกศิษย์ละทิ้ง ภายหลังเห็นพระสงฆ์มีภัตตาหารอุดมสมบูรณ์ จึงบวชด้วยหวังอาหาร และยังฉันไม่รู้ประมาณ พระพุทธองค์ทรงอบรมให้รู้จักความพอดี จนท่านเกิดศรัทธา ตั้งใจปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ไม่นานก็บรรลุธรรม พร้อมอภิญญา 6 จากผู้หลงติดในรสอาหาร กลับกลายเป็นพระอริยเจ้าผู้มักน้อย สันโดษ และเพียรในอธิจ
ตบะ ชนะความโกรธ [6918-5p]
พระเจ้าพรหมทัตผู้ครองนครพาราณสี ทรงส่งพระโอรสไปเรียนศิลปะยังเมืองตักศิลา พรหมทัตตกุมารตั้งใจศึกษาเล่าเรียนในศิลปะทุกแขนงวิชา อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ไปอาบน้ำ ในบริเวณนั้นมีหญิงชรานั่งขัดสีเมล็ดงาแล้วนำมาแผ่ตากไว้และคอยนั่งเฝ้าดูอยู่ใกล้ ๆ เมื่อพระกุมารเห็นเมล็ดงาเหล่านั้นก็อยากจะเสวย จึงหยิบเมล็ดงามาหนึ่งกำมือเคี้ยวเสวยโดยมิได้ขอ ฝ่ายหญิงชรานั้นเห็นอยู่ก็คิดว่าหนุ่มคนนี้คงอยากจะกินจึงนิ่งเฉยเสียมิได้ต
อุปสรรคภายนอก สู่การบรรลุธรรมภายใน [6917-5p]
ท่านพระโลสกติสสเถระ บังเกิดในตระกูลชาวประมงแห่งแคว้นโกศล ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ ครอบครัวก็ประสบเคราะห์กรรมต่อเนื่อง ท่านต้องดำรงชีวิตอย่างเดียวดายตั้งแต่วัยเยาว์ อาศัยเศษอาหารประทังชีพ ครั้น พระสารีบุตร ได้ประสบเห็น จึงเมตตารับอุปการะให้บรรพชา แม้ภายหลังท่านบรรลุพระอรหันต์แล้ว ก็ยังคงเป็นผู้มีลาภน้อย ไม่เคยได้ฉันอิ่ม ด้วยอำนาจแห่งกรรมเก่า แม้ในวาระสุดท้าย พระสารีบุตรได้เกื้อกูลให้ท่านฉันอิ่มเป็นครั
สละสิ่งที่ตนรัก เพื่อสิ่งที่ตนรัก [6916-5p]
ณ นิคมของชาวกาสี มีพราหมณ์คนหนึ่งเป็นผู้มั่งคั่งแต่ไม่มีบุตร พระโพธิสัตว์ได้มาบังเกิดเป็นบุตร จึงตั้งชื่อว่า “โพธิกุมาร” เมื่อเติบโตขึ้นเหล่าญาติก็จัดงานวิวาหมงคลให้ แต่ทั้งสองหนุ่มสาวนั้นไม่เคยมีความฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งราคะ เมื่อบิดามารดาเสียชีวิต เขาทั้งสองได้ให้ทานเป็นมหาทาน แล้วออกบวชอยู่มาวันหนึ่ง พระราชาเสด็จไปยังอุทยาน ได้ทอดพระเนตรเห็นนางปริพาชิกา เกิดมีใจปฏิพัทธ์ พระองค์ทรงสะท้านด้วยอำนา
หยุดวิกฤตด้วยความนิ่ง สร้างโอกาสด้วยความเพียร [6915-5p]
พระจูฬปันถกเถระ ออกบวชตามพี่ชาย หากแต่มีปัญญาไม่คล่องแคล่ว จำคาถามิได้แม้ตั้งใจเพียร จึงถูกขับไล่และคิดลาสิกขา ครั้นได้เฝ้า พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงประทานผ้าขาว พร้อมสอนให้บริกรรม “รโชหรณํ” และพิจารณาความแปรเปลี่ยน ครั้นเห็นผ้าขาวกลับหมอง ก็เกิดปัญญาเห็นสังขารไม่เที่ยง บรรลุพระอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทาญาณ ครั้นรุ่งเช้า ทรงแสดงมโนมยิทธิเนรมิตภิกษุนับพัน เป็นเอตทัคคะผู้เลิศในฤทธิ์ แม้ผู้ถูกมองด้อยค่า หากได
สร้างประโยชน์จากสิ่งที่หาประโยชน์มิได้ [6914-5p]
ในกาลเมื่อพระโพธิสัตว์บังเกิดในพระครรภ์อัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัตแห่งเมืองพาราณสี เมื่อพระบิดาสิ้นชีวิตแล้วก็ดำรงอยู่ในราชสมบัติ ปกครองเมืองด้วยทศพิธราชธรรม บำเพ็ญทาน รักษาศีลอุโบสถสม่ำเสมอ มีอำมาตย์ผู้หนึ่งก่อการประทุษร้ายขึ้นภายในพระราชวัง เหล่าข้าราชบริพารจึงกราบทูลแก่พระราชา เมื่อสืบสวนแล้วทรงดำริให้อำมาตย์นั้นไปอยู่ยังเมืองอื่น อำมาตย์ผู้นั้นด้วยความคับแค้นใจจึงเข้าร่วมกับพระราชาโจร ยกทัพมาจั
สุขภายนอกเพียงเล็กน้อย สุขภายในลึกซึ้งยิ่งกว่า [6913-5p]
กุลบุตรผู้เคยเลี้ยงดูบิดามารดาตาบอดด้วยความกตัญญู ครั้นมีภรรยาคนพาลเข้ามาในชีวิต ก็ถูกยุยงใส่ร้ายจนจิตใจแปรเปลี่ยน เขาหลงเชื่อคำเท็จ ลวงพ่อแม่ว่าจะพาไปเยี่ยมญาติ ระหว่างทางแสร้งทำเป็นมีโจรมาปล้น พ่อแม่ด้วยความรักลูกมาก จึงให้ลูกหนีไป แต่ลูกชายกลับลงมือทำร้ายพ่อแม่ที่ตาบอดจนเสียชีวิต ด้วยกรรมอันโหดร้ายนี้ เขาต้องตกนรกยาวนาน และเวียนรับผลกรรมถูกเบียดเบียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุจากความอกตัญญู#พ
สิ่งที่ทำได้ยาก [6912-5p]
พระราชาผู้พรั่งพร้อมไปด้วยราชบริวารได้เสด็จเลียบพระนคร เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นฤๅษีก็ทรงจำได้ จึงทรงพระดำริว่า “ฤๅษีตนนี้คงปรารถนาจะเข้ามาอยู่กับเรา เราจะตัดศีรษะเสียก่อนเพื่อไม่ให้ประกาศคุณที่ทำแก่เราให้ผู้คนได้ล่วงรู้” ครั้นทรงพระดำริอย่างนี้แล้ว จึงตรัสสั่งแก่เหล่าทหารเพื่อให้ไปจับฤๅษีนั้น โดยมัดมือไพล่หลังโบยในที่ 4 แห่ง คือ ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา แล้วนำไปตัดศีรษะเสีย เหล่าทหารต่างไป
สิ่งที่คิดว่าใช่ อาจไม่ใช่อย่างที่คิด [6911-5p]
ยสกุลบุตร บุตรเศรษฐีแห่งนครพาราณสี ผู้เติบโตท่ามกลางความสุขและความบันเทิง วันหนึ่งท่านตื่นขึ้นกลางราตรี เห็นบริวารนอนระเกะระกะดุจป่าช้า จิตจึงเกิดความเบื่อหน่ายในกามคุณ เปล่งอุทานว่า “ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” แล้วออกจากเรือนไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ที่นั่นท่านได้พบพระพุทธเจ้า ผู้ทรงแสดงธรรมตามลำดับ จนยสกุลบุตรเกิดดวงตาเห็นธรรม ต่อมายสกุลบุตรบรรพชาในพระพุทธศาสนา ปฏิบัติจนจิตนั้นพ้นแล้วจาก
วิธูรบัณฑิต ตอน หัวใจของบัณฑิต [6910-5p]
ปุณณกยักษ์นำตัววิธูรบัณฑิตไป เหตุเพราะเป็นฝ่ายชนะสกา ระหว่างเดินทางเจ้ายักษ์นั้นพยายามลงมือฆ่าวิธูรบัณฑิตหลายครั้งเพื่อเอาหัวใจ ด้วยบุญบารมีของวิธูรบัณฑิตไม่ว่ายักษ์จะทำอย่างไรก็ไม่สามารถทำอันตรายท่านได้วิธูรบัณฑิตได้โอกาสจึงแสดงธรรมแก่ปุณณกยักษ์ จนยักษ์นั้นเกิดความเลื่อมใส และพาไปยังนาคพิภพเพื่อแสดงธรรมแก่พญานาค และนางวิมลาเทวี ซึ่งในตอนนี้นางวิมลาทรงนอนป่วยไข้ ซูบผอม ไม่ยอมเสวยอาหารใด ๆ ครั้นเมื
วิธูรบัณฑิต ตอน บำเพ็ญสัจจะบารมี [6909-5p]
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
วิธูรบัณฑิต ตอน เสมอกันด้วยคุณของศีล [6908-5p]
ปุณณกยักษ์ผู้เป็นหลานของท้าวเวสวัณมหาราชมาพบเข้ากับนางอิรันทตีผู้เป็นธิดาแห่งนาคราช จึงเกิดความเสน่หาขึ้น แล้วรับอาสาว่าจะไปนำหัวใจของวิธุรบัณฑิตมาให้นางผู้เป็นที่รัก จึงคิดว่าจะนำแก้วมณีอันมีค่ามาโลมล่อพระเจ้าธนัญชัยโกรพยราช หากแต่แก้วมณีนั้นมียักษ์กุมภัณฑ์รักษาอยู่ ปุณณกยักษ์เพียงแค่ทำท่าโกรธถลึงตาเท่านั้น เหล่ายักษ์ทั้งหลายก็สะดุ้งกลัวตัวสั่นและหนีไป ปุณณกยักษ์จึงถือเอาแก้วมณีแล้วเหาะหนีไป เหตุ
สาระดี อยู่ที่กุศลธรรม [6907-5p]
พระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ เป็นครูผู้สอนมนต์มาณพทั้งหลาย โดยมีหัวหน้ามาณพชื่อว่า เสตเกตุ เป็นมาณพเกิดในสกุลพราหมณ์ เป็นผู้มีมานะมาก อยู่มาวันหนึ่งเขาออกจากพระนครไปพร้อมกับมาณพอื่นๆ ได้เห็นจัณฑาลคนหนึ่งกำลังเข้าพระนคร เขารีบบอกจัณฑาลผู้นั้นให้ไปใต้ลม เพราะกลัวลมที่พัดผ่านตัวของเขาจะมากระทบร่างของตน จัณฑาลผู้นั้นจึงถามปัญหาว่าธรรมดาทิศมีเท่าไร
ประโยชน์สาม [6906-5p]
มโนชะ สิงโตผู้สง่างาม เปี่ยมด้วยความกตัญญู เป็นเสาหลักของครอบครัว ใช้ชีวิตอย่างผาสุกมาโดยตลอด แต่เพราะหลงเชื่อมิตรชั่ว คือสุนัขจิ้งจอกชื่อคิริยะ ผู้มีเล่ห์กลและความโลภเป็นที่ตั้ง มโนชะจึงละเลยคำเตือนของบิดา เมื่อถูกชักนำให้ตะครุบม้าหลวง อันเป็นทรัพย์ของพระราชา ความประมาทนั้นได้นำเขาเข้าสู่หายนะ มโนชะถูกลูกศรของนายขมังธนูล้มลงสิ้นชีวิตอย่างน่าเวทนา ขณะที่สุนัขจิ้งจอกผู้เคยอ้างตนเป็นมิตร กลับหลบหนีไ
อริยทรัพย์ [6905-5p]
ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ออกบวชเป็นฤาษีได้มาบิณฑบาตรที่บ้านของนายหัตถาจารย์คนเลี้ยงช้าง นายคนเลี้ยงช้างเห็นฤาษีมีความสงบสำรวมก็เกิดศรัทธาจึงอุปัฏฐากตลอดมา ในชายป่ามีชายผู้หนึ่งเข้าไปหาฟืนเเต่กลับเข้าเมืองไม่ทันจึงต้องไปอาศัยนอนที่ศาลา บนกิ่งไม้ที่ศาลามีไก่มาเกาะคอนนอนอยู่ เขานอนฟังมันคุยกันได้ความว่า ไก่ตัวบนปล่อยอึรดไก่ตัวล่าง ไก่ตัวล่างเลยอวดบารมีว่าใครเอาเนื้อฉันไปกินจะได้ทรัพย์ทุกวัน เจ้าไก่ต
รักษาชีวิตเพื่อกุศลธรรม [6904-5p)
พระเจ้าสีลวมหาราชทรงเป็นกษัตริย์ผู้ตั้งมั่นในธรรม ทรงให้ทาน รักษาศีล และเปี่ยมด้วยเมตตา แม้ผู้กระทำผิดก็ยังทรงให้อภัยด้วยพระกรุณา วันหนึ่ง พระองค์ถูกศัตรูยึดเมือง และถูกนำไปฝังทั้งเป็นพร้อมอำมาตย์นับพัน แต่ด้วยสติ ปัญญา และหัวใจที่เปี่ยมเมตตา พระองค์สามารถเอาชีวิตรอดได้อย่างอัศจรรย์ เมื่อศัตรูได้ประจักษ์ในคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ก็เกิดความละอายใจ ยอมคืนราชสมบัติ พระเจ้าสีลวะจึงได้กลับมาครองแผ่นดินอีกคร
วิถีบัณฑิต.... ทำในสิ่งที่ควรทำ เว้นในสิ่งที่ควรเว้น [6903-5p]
มีพระราชาผู้ทรงตั้งมั่นในธรรม ครองแผ่นดินด้วยความยุติธรรม และเมตตา ทรงบำเพ็ญทาน รักษาศีล และดูแลประชาชนดุจบุตรของตน วันหนึ่งอำมาตย์ผู้เคยถูกปลดเพราะความไม่ซื่อสัตย์ กลับไปยุยงราชาอีกแคว้นให้ยกทัพมายึดเมือง พระราชาทรงทราบข่าว แต่กลับไม่เลือกใช้ความรุนแรง พระองค์ยอมเปิดประตูเมือง ยอมถูกจับจองจำไว้ในเรือนจำ ทั้งที่สามารถต่อสู้ได้ แต่เลือกปกป้องชีวิตประชาชนและทหารของตน ในความมืดของคุก พระราชามิได้โกรธ
ทางมาแห่งอริยทรัพย์ [6902-5p]
ในกรุงพาราณสี มีชายชาวนาถากถางที่ดินเพื่อเป็นที่นาของตน ซึ่งในอดีตที่ดินแห่งนี้ เคยเป็นที่ตั้งของบ้านเศรษฐีมาก่อน ชาวนาหนุ่มได้ออกไปไถนาตามปกติของทุกวัน ขณะที่กำลังไถนาอยู่นั้นก็ไปสะดุดติดอยู่กับของแข็งท่อนหนึ่ง เขาคิดว่าเป็นรากไม้จึงเอามือขุดคุ้ยก้อนดินดู แต่กลับเป็นแท่งทองคำขนาดใหญ่ฝังอยู่ในดิน ซึ่งทองคำแท่งนี้ เศรษฐีเจ้าของบ้านคนเดิมได้ฝังซ่อนไว้ ชาวนาผู้มีปัญญาจึงคิดที่จะแบ่งแท่งทองนี้ออกเป็นส
สำคัญที่ทิฏฐิ ปิดอกุศลธรรม [6901-5p]
กุฏุมพีผู้หนึ่ง ก่อนสิ้นชีวิตได้ฝังทรัพย์ไว้ในป่า ฝากทาสชื่อ “นันทะ” ให้บอกที่ซ่อนแก่บุตร แต่ครั้นบุตรเติบโต เมื่อพาไปถึงป่า นันทะกลับยืนด่าทอด้วยคำหยาบคาย ไม่ยอมบอกอะไรเลยกุมารจึงไปขอคำปรึกษาจากพระโพธิสัตว์ ได้คำตอบทึ่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งว่า ”ยืนกล่าวคำหยาบในที่ใด กองแห่งรัตนะทั้งหลาย มีอยู่ในที่นั้น“ ไม่นานขุมทรัพย์ก็ถูกค้นพบ กุมารนำทรัพย์ของบิดาไปใช้ด้วยปัญญา ตั้งมั่นในคุณธรรม และดำเนินชีวิตอย่า
มุมมองต่าง สร้างสถานการณ์เลิศ [6852-5p]
ในสมัยพระเจ้าพรหมทัต พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นเทวดายศน้อย สถิตอยู่ที่กอหญ้าคา มีมิตรเป็นรุกขเทวดาผู้สถิตในต้นสมุขกะไม้มงคล วันหนึ่งพระราชาทรงต้องการแก่นไม้เพื่อทำเสาปราสาท จึงมีพระบัญชาให้ตัดต้นสมุขกะ รุกขเทวดาประจำต้นไม้โศกเศร้าไร้ทางรอด พระโพธิสัตว์จึงใช้ปัญญา แปลงกายเป็นกิ้งก่าให้ช่างเข้าใจว่าต้นไม้กลวงไร้แก่น ช่างจึงละเว้นการตัดต้นไม้ ทำให้รุกขเทวดารอดพ้นภัย เพราะอานุภาพแห่งมิตรธรรมที่เกื้อกูลกั
เนกขัมมบารมี [6851-5p]
พระโพธิสัตว์ได้มาเกิดเป็นพระโอรสของพระราชาผู้ปกครองกรุงพาราณสี กุมารน้อยทรงมีนามว่าพระเตมีย์ เมื่อพระองค์เจริญวัยขึ้นเห็นพระบิดาสั่งลงโทษโจรอย่างทารุณ จึงทรงรำลึกชาติได้ว่าครั้งหนึ่งพระองค์ทรงเคยเป็นกษัตริย์ครองราชย์ ครั้นเมื่อตายแล้วต้องไปหมกไหม้อยู่ในนรก จึงรู้สึกหวาดกลัวที่จะต้องเป็นกษัตริย์ต่อจากพระบิดา และต้องสั่งลงโทษผู้คนจนตนต้องตกนรกอีก จึงได้ทรงทำการลวงแกล้งเป็นคนง่อยเปลี้ย หูหนวก และเป็น
ปรับทิฏฐิ ชีวิตเปลี่ยน [6850-5p]
พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นราชาเนื้อผู้สง่างาม มีบริวารเนื้อแปดหมื่นคอยอารักขา และมีคู่ครองผู้ซื่อสัตย์งดงาม ทั้งสองครองชีวิตในป่าอย่างผาสุก จนวันหนึ่ง พระโพธิสัตว์พลาดติดบ่วงพราน เท้าเลือดโชก หมู่เนื้อทั้งหลายต่างแตกตื่นหลบหนีไป เว้นเพียง นางเนื้อผู้เป็นคู่ชีวิต ที่หันกลับมาตามหาอย่างสุดหัวใจ เมื่อพบสามีติดบ่วง นางปลอบโยนพร้อมกล่าวว่า หากไร้ท่าน นางจะไม่อาจมีความสุขอยู่ในป่าได้อีก และจะยอมวิงวอนพรานผ
การแสวงหาอันประเสริฐ [6849-5p]
พระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดในท้องนางพราหมณีของปุโรหิต และคลอดในวันเดียวกันกับพระโอรส พระราชาจึงทรงสั่งเอาบุตรของปุโรหิตนั้นมอบให้แม่นม เพื่อเลี้ยงร่วมกันกับพระราชโอรส เมื่อทั้งสองเจริญวัยขึ้นต่างคุ้นเคยกันและกัน ในกาลต่อมา เมื่อพระบิดาสวรรคต พระราชโอรสได้ดำรงอยู่ในราชสมบัติ พระโพธิสัตว์คิดว่า เมื่อสหายได้ครองราชย์คงจักพระราชทานตำแหน่งปุโรหิตแก่เรา จักมีประโยชน์อะไ
บูชาผู้ที่ควรบูชา [6848-5p]
ในคืนหนึ่ง วิชาธรผู้ลุ่มหลงในกามคุณลอบล่วงเกินพระมเหสี พระนางทำสัญลักษณ์ด้วยชาดไว้ที่หลัง เขาจึงถูกพบตัว แต่กลับแปลงกายเป็นบรรพชิตแล้วหลบหนี ทำให้พระราชาเข้าใจผิด สั่งขับไล่บรรพชิตทั้งหมดออกจากแคว้น เมืองกาสีจึงมืดมน ไร้ธรรม ผู้คนหยาบกระด้าง เมื่อท้าวสักกะทอดพระเนตรเห็นเหตุ จึงอัญเชิญพระปัจเจกพุทธเจ้ามาโปรดเหนืออากาศ สอนให้พระราชารู้ว่า“สมณะผู้มีศีล ไม่ควรถูกเหมารวมเพราะคนพาลเพียงคนเดียว การนมัสกา
ธาตุสมกัน [6847-5p]
พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี โดยมีพระโพธิสัตว์เป็นอำมาตย์ พระราชานั้นปกติมีความละโมบในทรัพย์ ทรงมีม้าโกงชื่อมหาโสณะ เมื่อพวกพ่อค้าม้านำม้ามาค้าขาย พระราชาจึงตรัสเรียกอำมาตย์คนอื่นมาแล้วให้ตีราคาม้า และเมื่อจะตีราคาจงปล่อยม้ามหาโสณะเข้าไปในระหว่างม้าเหล่านั้นก่อน แล้วให้กัดม้าทำให้เป็นแผล ในเมื่อม้าพิการจงต่อราคาให้ลดลง พ่อค้าม้าทั้งหลายจึงเล่าถึงกิริยาที่อำมาตย์คนนั้นทำ ให้พระโพธิ
บุญรักษา [6846-5p]
ในกาลก่อน พญาแร้งผู้มีใจงามเลี้ยงดูบิดามารดา ครั้นเกิดพายุใหญ่ เศรษฐีใจบุญแห่งกรุงพาราณสีได้ช่วยเหลือพวกแร้งให้พ้นภัย เมื่อฟ้าสงบ เหล่าแร้งจึงพร้อมใจกันตอบแทนคุณ คาบผ้าและอาภรณ์มาทิ้งไว้ใกล้เรือนเศรษฐี ด้วยความซื่อสัตย์แห่งใจที่อยากตอบแทนคุณ แต่เหตุกลับกลายให้ พญาแร้งถูกร้องว่าเป็นผู้ปล้นเมือง จึงถูกจับไปเฝ้าพระราชา ครั้นพระองค์ตรัสถาม จึงทูลด้วยถ้อยคำอันซื่อว่า เพราะเศรษฐีผู้นั้นเคยช่วยชีวิต การต
สง่างามด้วยปัญญา [6845-5p]
พระเจ้ามคธองค์หนึ่งครองราชสมบัติในกรุงราชคฤห์ พระโพธิสัตว์เกิดในกำเนิดช้างถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ พระราชาทรงดำริว่า ช้างนี้สมบูรณ์ด้วยลักษณะ จึงได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นมงคลหัตถี ครั้นถึงวันมหรสพพระองค์เสด็จขึ้นสู่มงคลหัตถี ทรงกระทำประทักษิณด้วยราชานุภาพอันใหญ่หลวง เหล่ามหาชนยืนดูเห็นสรีระอันงดงามของมงคลหัตถี ต่างพากันพรรณนาว่า รูปงาม การเดินสง่า ท่าทางองอาจและสมบูรณ์ด้วยลักษณะของพญาช้างเผือก สมควรเป็นค
พ้นทุกข์พ้นโศก ด้วยปัญญา [6844-5p]
พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพราหมณ์หนุ่มในนครพาราณสี ตั้งใจถือพรหมจรรย์ ไม่ปรารถนาครองเรือน แต่เมื่อบิดามารดาเร้าให้แต่งงาน จึงยอมโดยตั้งเงื่อนไขว่าจะรับคู่ครองที่มีรูปงามดั่งรูปทองคำที่ตนสร้างไว้ ฝ่ายหญิงคือ นางสัมมิลลหาสินี ผู้เกิดในตระกูลมั่งคั่ง มีรูปโฉมงดงาม และเป็นสาวพรหมจารีเช่นกัน เมื่อถูกพ่อแม่จัดให้แต่งกับพระโพธิสัตว์ ทั้งคู่ต่างไม่ใคร่ในกิเลส จึงอยู่ร่วมกันอย่างบริสุทธิ์ครั้นบิดามารดาสิ้นชีวิต
ภาระเพื่อบุญอันยิ่งใหญ่ [6843-5p]
พระโพธิสัตว์เกิดเป็นชายชื่อ สุตนะ ยากจนแต่เป็นคนดีและกตัญญูมาก เขาทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูมารดา วันหนึ่ง พระเจ้าพาราณสีไปล่าเนื้อในป่า แต่ถูกยักษ์จับไว้ พระราชาขอชีวิต โดยสัญญาว่าจะส่งคนกับอาหารไปให้ยักษ์กินทุกวัน เมื่อกลับมาถึงเมือง ไม่มีใครยอมไปเป็นเหยื่อของยักษ์ พระราชาจึงประกาศให้ทรัพย์มากแก่ผู้ที่ยอมไป สุตนะเห็นว่าถ้าเขาไป มารดาจะได้อยู่สุข จึงอาสาไปเอง เมื่อไปถึงป่าสุตนะไม่ได้รับอันตรายแต่อย่า
กัลยาณมิตรชี้ทางปัญญา [6842-5p]
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
กัลยาณมิตร เสริมสร้างกัลยาณธรรม [6841-5p]
ชายผู้หนึ่งร่วมเดินทางไปกับคณะพ่อค้า กลุ่มเกวียนบรรทุกสินค้าเริ่มเคลื่อนออกจากเมืองมุ่งสู่อีกเมืองเพื่อค้าขาย เมื่อตะวันลับขอบฟ้า กลุ่มพ่อค้าต่างพากันหยุดพัก ส่วนชายหนุ่มผู้ร่วมเดินทางมาด้วยนั้นหยิบท่อนไม้มาจุดไฟ และเดินจงกรมไปรอบๆ เกวียน ในขณะนั้น มีโจรแอบซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้เพื่อปล้นคณะพ่อค้า เหล่าโจรป่ายังคงเฝ้ารอคอยรอบแล้วรอบเล่า แต่ชายหนุ่มผู้นั้นไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักหรือเดินไปทางอื่นแม้แต่น้
ศีลเสมอกัน [6840-5p]
พราหมณ์คนหนึ่งมีลูกสาวทั้งหมด 4 คน ลูกสาวของพราหมณ์นั้นล้วนสวยงามน่ารักและเป็นที่หมายปองของหนุ่ม ๆ พราหมณ์นั้นไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะยกลูกสาวให้แก่ชายใด ระหว่างคนที่มีรูปงาม คนที่มากด้วยปัญญา คนอุดมด้วยทรัพย์และชาติตระกูล หรือคนที่สมบูรณ์ด้วยศีล พราหมณ์คิดหนักว่าจะเลือกชายใดเป็นลูกเขยดี เพราะแต่ละคนก็มีความดีแตกต่างกันไป เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปปรึกษาอาจารย์ทิศาปาโมกข์ เพื่อเลือกคู่ครองที่ดีให้กั
อาราธนาศีล [6839-5p]
มีฤๅษีผู้ทรงศีลอาศัยอยู่ในป่า วันหนึ่งจำเป็นต้องเดินทางข้ามแม่น้ำ จึงอาศัยเรือของนายอาวาริยปิตา ฤาษีกล่าวว่าจะมอบ “ของดีอันทำให้มั่งมี” เป็นค่าจ้าง ชายแจวเรือจึงหวังจะได้สมบัติอันล้ำค่า แต่เมื่อถึงฝั่ง ฤๅษีกลับมอบถ้อยธรรมอันงดงามเป็นสิ่งตอบแทน นายอาวาริยปิตามิได้เห็นคุณค่าของธรรม จึงโกรธเคืองและทำร้ายฤๅษี ด้วยใจเต็มไปด้วยความหลงและความโลภเหตุการณ์ครั้งนั้นชี้ให้เห็นว่า โอวาทธรรมแม้ประเสริฐเพียงใด
ภาระเพื่อประโยชน์สุข [6838-5p]
พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ณ นครพาราณสี เมื่อเติบโตขึ้น พระองค์ตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิต จึงละทางโลก บวชเป็นฤาษี และปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด หลังจากมารดาสิ้นชีวิต พระองค์ได้นำบิดาและน้องชายออกบวชด้วยกัน ทั้งสามอาศัยอยู่ในป่าหิมวันตประเทศ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เมื่อถึงฤดูฝน ฝนตกหนักทำให้ยากลําบากในการดำรงชีพ พระโพธิสัตว์จึงพาครอบครัวลงไปยังหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัย เมื่อฤดูฝนผ่า
คุณของศีล [6837-5p]
พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์เมืองพาราณสี เมื่อเติบโตขึ้นได้ไปเรียนศิลปวิทยาในสำนักอาจารย์คนหนึ่ง อาจารย์นั้นมีลูกสาวแสนสวยและต้องการอยากได้ลูกเขยเป็นผู้มีศีล จึงเรียกประชุมเหล่าลูกศิษย์และประกาศให้ทราบว่า ต้องการให้ลูกแต่งงานแต่ยังขาดผ้าประดับอยู่อีกมาก ขอให้ลูกศิษย์เอาผ้าประดับมา แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องไม่มีใครเห็น ส่วนผ้าที่มีคนเห็นจะไม่รับ นับตั้งแต่วันนั้นมาเหล่าศิษย์ต่างพากันนำผ้าประดับที่แอบ
เพื่อสุขอันไพบูลย์ พึงละสุขพอประมาณ [6836-5p]
ในนครโมลินี มีพราหมณ์ชื่อ สังขะ ผู้มั่งคั่งและใจบุญ เขาสร้างโรงทานถึง 6 แห่ง เพื่อแจกจ่ายทานแก่ผู้ยากไร้ วันหนึ่งสังขพราหมณ์ตัดสินใจเดินทางไปยังสุวรรณภูมิเพื่อหาทรัพย์เพิ่มเติม โดยสั่งให้บุตรและภรรยาดูแลการให้ทานต่อไป เขาเดินทางพร้อมร่มและรองเท้าเพื่อป้องกันแดดและความร้อน ระหว่างทางสังขพราหมณ์พบพระปัจเจกพุทธเจ้า เดินเท้าเปล่าบนพื้นทรายที่ร้อนจัด เขาเกิดความเลื่อมใสจึงถวายร่มและรองเท้าที่ตนสวมอยู่
ผู้กลืนกินกาลเวลา [6835-5p]
พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ครั้นเจริญวัยก็สำเร็จสรรพวิชา เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ สอนมนต์ให้แก่มาณพทั้งหลาย เหล่าศิษย์เมื่อเรียนจบแล้ว พากันหลงตนว่ามีปัญญาเทียบอาจารย์ จึงเกิดความทะนงและกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นอาจารย์ว่า “ต้นไม้นี้ไม่มีแก่นฉันใด อาจารย์ก็ฉันนั้น” พระโพธิสัตว์ผู้เป็นอาจารย์ ครั้นได้ฟังถ้อยคำหยามหมิ่น จึงประสงค์สั่งสอน ได้ตั้งคำถามแก่เ
ปัญญาเป็นที่พึ่ง [6834-5p]
พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นอำมาตย์ผู้มีปัญญาชื่อ เสนกะบัณฑิต คอยถวายคำสอนให้พระราชาดำรงอยู่ในธรรม วันหนึ่งมีพราหมณ์เฒ่าผู้ได้ภรรยาสาวสวย แต่หญิงนั้นลักลอบคบชู้กับชายหนุ่ม เสนกะบัณฑิตใช้สติปัญญาสอบถามอย่างแยบคาย หลอกล่อให้หญิงสาวและชายชู้ตอบความเท็จขัดแย้งกันเอง จนความจริงปรากฏว่า ทั้งสองคิดคดขโมยเงินและปรารถนาทำร้ายพราหมณ์เฒ่า พระราชาจึงตัดสินลงโทษหญิงสาวกับชายชู้ ส่วนพราหมณ์เฒ่าพ้นภัยเพราะผู้มีปัญญาค
ทวนกระแสกามกิเลส [6833-5p]
พระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี เป็นผู้ไม่มีพระโอรสจึงปรารถนาเพื่อให้ได้บุตร เมื่อกาลล่วงไปพระโพธิสัตว์จึงจุติจากพรหมโลกบังเกิดในพระครรภ์ของพระอัครมเหสี เมื่อพระโพธิสัตว์นั้นประสูติมีเพียงบุรุษที่สามารถอุ้มดูแลได้เท่านั้น พระกุมารไม่ปรารถนาบริโภคกาม แม้ราชสมบัติก็ไม่ปรารถนา พระบิดาจึงจัดส่งหญิงนักฟ้อนสาวสวย ซึ่งเป็นผู้ฉลาดในการเล้าโลมบุรุษให้ตกอยู่ในอำนาจของตน คอยบรรเลงเพลงขับกล่อมพ
บุญทำ กรรมแต่ง [6832-5p]
โฆสกะเกิดเป็นลูกของหญิงโสเภณีในเมืองโกสัมพีและถูกทอดทิ้งที่กองขยะ หากแต่รอดชีวิตมาได้เพราะถูกเก็บมาเลี้ยง เมื่อมีคำทำนายว่าเด็กที่เกิดในวันนั้นจะได้เป็นเศรษฐีประจำเมือง ท่านเศรษฐีจึงสั่งให้คนรับใช้ไปซื้อเด็กน้อยโฆสกะมาเลี้ยงและหวังจะฆ่าเสีย หากภรรยาของตนคลอดบุตรเป็นเด็กชาย โฆสกะถูกรอบทำร้ายหลายครั้งแต่ก็รอดพ้นจากอันตรายมาได้ทุกครั้ง เมื่อเติบโตขึ้นโฆสกะได้แต่งงานกับธิดานายบ้านและในกาลต่อมาเขาได้ตำ
อัศจรรย์สี่ในธรรมวินัยนี้ มีอยู่ [6831-5p]
พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติ ณ นครพาราณสี พระองค์ทรงแสวงหาโทษของพระองค์แต่มิได้เห็นผู้กล่าวถึงโทษของพระองค์ทั้งในพระราชวังและพระนคร จึงดำริว่าจักต้องแสวงหาในชนบท ทรงมอบให้อำมาตย์ ปลอมเป็นพระองค์เที่ยวจาริกไปยังหมู่บ้านต่างๆ พร้อมกับปุโรหิต ในขณะนั้นมีฎุมพีผู้มีสมบัติมาก เห็นพระราชาผู้มีผิวดังทองคำ จึงกลับไปเรือนจัดแจงโภชนะมีรสเลิศต่างๆ ให้บริวารถือภาชนะใส่ภัตไปยังศาลาที่พระราชาพัก ในศาลานั้นมีดาบสน
เสียทุกสิ่ง พังทุกอย่าง [6830-5p]
พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในเมืองพาราณสี ส่วนพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นรุกขเทวดา มีเหล่าพรานเบ็ดอาศัยอยู่กันเป็นชุมชน ณ หมู่บ้านหนึ่ง ในวันนั้นนายพรานเบ็ดไปจับปลากับลูกชาย ผู้เป็นพ่อได้ลงหาปลาและเบ็ดนั้นก็ไปติดที่ตอไม้ พรานเบ็ดไม่สามารถจะดึงขึ้นมาได้ จึงคิดว่าเบ็ดคงติดปลาตัวใหญ่มาก เขาจึงส่งลูกชายไปหาแม่ เพื่อให้ก่อการทะเลาะกับเหล่าเพื่อนบ้าน เพราะไม่ต้องการให้ใครจ้องจะเอาส่วนแบ่งจากปลาที่ตนหามา
ทานแห่งธรรม [6829-5p]
พระเจ้าสีวิชราชทรงมีดำริในการทำทานที่ทำได้ยากยิ่ง โดยทรงดำริว่าเมื่อไหร่ก็ตามเมื่อมีใครมาเอ่ยปากขอหัวใจ จะควักให้ดุจเด็ดบัวขึ้นจากสระ หากใครมาขอเนื้อจะเฉือนเนื้อไม่ลังเล หรือผู้ใดขอเพียงโลหิต จะรีบวิ่งเข้าเครื่องบดเพื่อสละเลือดให้ แม้ขอให้ไปช่วยรับใช้ทำงานบ้าน ก็เต็มใจสละราชสมบัติทันที ทว่าหากขอดวงตา จะควักให้ทั้งหมดโดยไม่ลังเล ครั้นเมื่อมีบุรุษชรามาขอดวงตาของพระองค์ ทรงรับสั่งให้หมอหลวงบดยาใส่เบ้
งมงายในปาฏิหาริย์ [6828-5p]
ชายคนหนึ่งนวดเท้าให้บิดาที่นอนหลับอยู่ ยักษ์ตนหนึ่งซึ่งเคยอาศัยอยู่ในศาลาและได้พรจากท้าวเวสวัณว่าสามารถกินคนที่ไม่ได้กล่าวคำว่า "ขอให้ท่านจงเป็นอยู่เถิด" เมื่อมีคนจาม เจ้ายักษ์จึงโรยผงละเอียดให้บิดาของชายผู้นั้นจาม และเมื่อบิดาของเขาจาม ชายหนุ่มก็มิได้กล่าวคำดังกล่าว เหตุเพราะรู้ว่ายักษ์เป็นผู้กระทำ แต่กลับกล่าวว่าขอท่านจงเป็นอยู่ 120 ปี ขอปีศาจจงอย่ากินฉันเลย ท่านจงเป็นอยู่ 120 ปีเถิด ยักษ์ได้ฟัง
โลกนี้มีกิเลสนำไป [6827-5p]
พระเจ้าพรหมทัตผู้ปกครองนครพาราณสี มีอัครมเหสีผู้สวยงามชวนหลงไหลยิ่ง เมื่อถึงคราวสวามีจะต้องออกทัพไปปราบศึก นางจึงขอให้พระสวามีส่งคนมารายงานทุกข์สุขของพระองค์เป็นระยะมิให้ขาด เมื่อพระราชาเดินทัพทางไกล ก็รีบส่งม้าเร็วนำข่าวมาส่งแก่อัครมเหสีตามที่ให้สัญญาไว้ ในทุก ๆ โยชน์ที่ทัพกษัตริย์เดินทางไปก็จะมีทหารมาส่งข่าวแก่พระมเหสี 1 คน ซึ่งพระนางนั้นกลับทำการนอกใจพระราชาทุกครั้งไป ในวันที่รอรับเสด็จพระราชาน
รักษาจิต พิชิตกิเลส [6826-5p]
พระโพธิสัตว์กำเนิดในตระกูลช่างหม้อ ในหมู่บ้านใกล้นครพาราณสี เมื่อเจริญวัยแล้วได้แต่งงานเลี้ยงบุตรและภรรยาโดยอาศัยการทำหม้อขาย อยู่มาวันหนึ่งพระโพธิสัตว์ได้เห็นพระปัจเจกทั้ง 4 เกิดความดีใจ จึงนิมนต์ท่านและทูลถามว่า พระองค์ทรงเห็นอารมณ์อะไรหนอ จึงทรงเข้าถึงการบรรพชา ท่านทั้ง 4 ได้ตรัสบอกเรื่องการออกบวชแก่พระโพธิสัตว์ เมื่อได้ฟังพระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวแล้ว เห็นว่าแต่ละพระองค์ทรงเป็นผู้ไม่มีเยื่อใยในฆร
กล้าสู้กับกิเลส [6825-5p]
พระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี มีโอรสชื่อ พรหมทัตกุมาร พระเจ้าพรหมทัตเกิดความระแวงพระทัย จึงเนรเทศโอรสออกจากพระนคร พรหมทัตกุมารทรงพาพระเทวีพระนามว่า อสิตาภู เข้าไปสู่ป่า พำนักอยู่ ณ บรรณศาลา วันหนึ่งพรหมทัตกุมารนั้นเห็นนางกินรี เกิดจิตปฏิพัทธ์ คิดจะเอานางกินรีนี้เป็นชายา จึงติดตามรอยเท้านางกินรีนั้นไป มิได้คำนึงถึงพระนางอสิตาภู เมื่อพระนางเห็นพรหมทัตกุมารตามนางกินรีไป ทรงดำริว่า พรหม
พ้นภัย ด้วยความไม่ประมาท [6824-5p]
พระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ชื่อว่า โกมาริยบุตร ในเวลาต่อมาโกมาริยบุตรนั้นออกบวชเป็นฤาษีอยู่ในหิมวันตประเทศ ครั้งนั้นมีเหล่าดาบสผู้มักเล่นคะนองไม่แม้จะกระทำกสิณบริกรรม และในสำนักของดาบสเหล่านั้นมีลิงอยู่ตัวหนึ่ง มันมักกระทำการเล่นคะนองอย่างดาบสทั้งหลาย เมื่อดาบสเหล่านั้นหลีกไปแล้ว พระโพธิสัตว์จึงมาอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ เจ้าลิงเห็นจึงแสดงการเล่นคะนอ
รังเกียจชั่ว กลัวภัยกิเลส [6823-5p]
ในเขตเขาจิตตกูฏ เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี มีสัตว์หลากหลายอาศัยอยู่รวมถึงพญาหงส์สีทอง ในทุกๆวันพญาหงส์ทองมักเที่ยวออกหาอาหาร และได้พบกับรุกขเทวดาที่อาศัยต้นทองหลางเป็นวิมานสถิต รุกขเทวดาได้เล่าให้พญาหงส์ทองฟังว่า เมื่อสามเดือนที่แล้วมีแม่นกที่อยู่ไม่ไกลจากแถวนี้กินลูกไทรแก่จากป่าฟากโน้น ก่อนจะบินมาถ่ายมูลที่นี่และแล้วมูลที่นางถ่ายก็กลายเป็นต้นไทรเล็กต้นนี้ พญาหงส์นิ่งไปชั่วครู่ก่อนที่จะเอ่ยกับรุกเทว
สั่งสมบุญ สร้างบารมี [6822-5p]
พระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ เมื่อบิดามารดาตายไปจึงออกบวชเป็นฤาษี เที่ยวภิกขาจารไปยังประตูเรือนของนายหัตถาจารย์ นายหัตถาจารย์นั้นเลื่อมใสจึงถวายอาหารและปรนนิบัติอยู่เป็นนิตย์ ในเวลานั้นคนหาฟืน นำฟืนมา จากป่าไม่สามารถจะมาทันประตูเมืองได้ตามเวลา จึงนอน ณ ศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ที่ศาลเจ้ามีไก่จำนวนมาก ไก่ตัวที่นอนอยู่เหนือไก่ตัวอื่นได้ถ่ายคูถรดตามตัวของไก่ซึ่งน
ทุกข์ข่มผู้ประมาทไว้ ด้วยอำนาจของความสุข [6821-5p]
พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเศรษฐีผู้มีสมบัติมาก อาศัยอยู่ในเมืองพาราณสี เขามีโคอยู่ฝูงหนึ่ง ถึงฤดูทำนาได้มอบให้คนเลี้ยงโค ต้อนฝูงโคไปตั้งคอกอยู่ในป่า และให้นำน้ำนมโคมามอบให้ตนตามเวลา ไม่ไกลจากคอกโคนั้น มีราชสีห์อาศัยอยู่ ด้วยความกลัวราชสีห์ ฝูงโคจึงซูบผอมและน้ำนมก็ไม่เข้มข้นเหมือนเดิม เพราะเจ้าราชสีห์มันติดพันแม่โคตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในฝูง ท่านเศรษฐีจึงให้จับแม่โคทายาพิษที่ขนของมันแล้วค่อยปล่อยไป เจ้าราช
ผู้มีปัญญาย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เสียไปแล้ว [6820-5p]
“งูตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในจอมปลวก มันเกรี้ยวกราดด้วยควันไฟกระทบนัยย์ตาของมัน เจ้างูจอมโกรธเลื้อยออกมาพลางคิดว่า ใครกันนะมาเผาไฟทำควันให้เกิดขึ้น ด้วยความโมโหอย่างสุดกำลัง ทันทีที่เห็นบุรุษผู้นั้นแล้ว เจ้างูจึงจมเขี้ยวอันมีพิษร้ายไปที่ขาของเขา บุรุษผู้นั้นล้มลง และเสียชีวิตทันทีด้วยพิษของงู”ผู้มีปัญญาย่อมพิจารณาถึงความโศกจากการพลัดพรากด้วยปัญญาว่า“ความรำพันเศร้าโศกถึงคนที่จากไปแล้วไม่มีประโยชน์ ยิ่งกว่
รอดพ้นภัยได้ด้วยปัญญา [6819-5p]
มีพญาวานรตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าลึก มันเที่ยวหากินอยู่ในชายป่าใกล้กับแม่น้ำใหญ่ ซึ่งมีเกาะกลางน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ในแม่น้ำนั้นมีจระเข้ผัวเมียอาศัยอยู่ วันหนึ่งนางเห็นพญาวานรกระโจนข้ามแม่น้ำไปหากินที่เกาะ นางปรารถนาอยากกินหัวใจวานรมาก รบเร้าสามีเพื่อให้นำวานรมาเป็นอาหาร หลังจากหาอาหารพญาวานรก็มุ่งหน้ากลับที่อยู่ของตน สังเกตเห็นแผ่นหินที่ผิดไปจากเดิม จึงวางอุบายแกล้งตะโกนเรียกแผ่นหิน เจ้าจระเข้หลงกลจึง
ศัตรูผู้มีปัญญา ยังดีกว่ามิตรที่ไร้ปัญญา [6818-5p]
“ลิงฝูงหนึ่ง ช่วยกันถอนต้นไม้ทั้งต้นเล็ก ต้นใหญ่ ถอนต้นไม้ไปก็ดูรากของต้นไม้ไปด้วย ถอนแล้วก็ดูราก ดูรากแล้วก็ปักลงดิน ทำแบบนี้ซำ้ไปซำ้มา ช่างน่าประหลาดใจจริง” บุคคลผู้ไม่มีปัญญาไม่เพียงแต่จะนำภัยมาสู่ตน ย่อมนำพาภัยตลอดถึงผู้อื่นด้วย เหตุดังนั้น บัณฑิตย่อมไม่สรรเสริญชีวิตของผู้ไม่มีปัญญาว่าประเสริฐ ดังเช่นฝูงวานรผู้เฝ้าอุทยานนี้#มกสชาดก #โรหิณีชาดก #อารามทูสกชาดก Hosted on Acast. See acast.com/priv
บัณฑิตควรพยายามร่ำไป [6817-5p]
สัตว์ป่าจำนวนหนึ่งขาดแคลนน้ำ เพราะเหตุว่าปีนั้นเป็นปีที่แล้งมาก หมู่สัตว์ทั้งหลายต้องการน้ำดื่มเพื่อประทังชีวิต จึงพากันนำผลไม้อาทิ มะม่วง ชมพู่ ผลไม้ที่พอจะหาได้ในป่ามาแลกน้ำดื่มกับดาบสรูปหนึ่งหนทางแห่งการรอดพ้นจากภัย ก็ด้วยความเพียร องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ ดังนี้“บัณฑิตพึงพยายามเรื่อยไป ไม่ควรท้อถอยเสีย ในการงานมีการบำเพ็ญวัตรเป็นต้นของตน เพราะเหตุไร เพราะความพยายามที่ไร้ผล ไม่มีเลย”#
สิ่งที่ทำได้ยาก [6816-5p]
พระราชาผู้พรั่งพร้อมไปด้วยราชบริวารได้เสด็จเลียบพระนคร เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นฤๅษีก็ทรงจำได้ จึงทรงพระดำริว่า “ฤๅษีตนนี้คงปรารถนาจะเข้ามาอยู่กับเรา เราจะตัดศีรษะเสียก่อนเพื่อไม่ให้ประกาศคุณที่ทำแก่เราให้ผู้คนได้ล่วงรู้” ครั้นทรงพระดำริอย่างนี้แล้ว จึงตรัสสั่งแก่เหล่าทหารเพื่อให้ไปจับฤๅษีนั้น โดยมัดมือไพล่หลังโบยในที่ ๔ แห่ง คือ ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา แล้วนำไปตัดศีรษะเสีย เหล่าทหารต่างไป
ชนะศึกได้ด้วยความเพียร [6815-5p]
มีราชานามว่า พระเจ้ากาลิงคะ พระองค์ทรงมีกองทหารที่แข็งแกร่ง เป็นที่ยำเกรงของเหล่าราชาทั้งหลาย พระองค์มีประสงค์จะสู้รบ จึงให้พระราชธิดาทั้ง 4 ผู้มีรูปงาม ประทับในราชรถส่งไปตามเมืองต่างๆ และประกาศว่า หากราชาพระองค์ใดปรารถนาราชธิดาของตน ก็ขอให้ประกาศท้ารบ เมื่อมาถึงแคว้นอัสสกรัฐ มีอำมาตย์ผู้มีปัญญา ชื่อ นันทเสน นันทเสนคิดว่าสามารถเอาชนะราชากาลิงคะได้ จึงสั่งให้เปิดประตูรับพระธิดา และนำถวายแด่เจ้าเมือ
การงานไม่อากูล ย่อมเป็นมงคล [6814-5p]
พรานป่าคนหนึ่งกำลังเคี้ยวกินเนื้อปิ้งอย่างอร่อย ด้วยความเค็มของเนื้อทำให้เขากระหายน้ำมาก จึงเดินไปสู่วิหารของพระเถระรูปหนึ่ง เมื่อเปิดหม้อน้ำดื่มกับไม่มีน้ำสักหยด ด้วยความโกรธจึงกล่าววาจาล่วงเกินภิกษุ พระเถระรูปนั้นนำสังข์ใส่น้ำดื่มจนเต็มให้เขาดื่มจนหมด เมื่อดื่มน้ำหมดแล้วเขาเกิดมีจิตสลดกล่าวขอบวช เมื่อบวชแล้วก็มีจิตเร่าร้อนถูกความไม่ยินดีบีบคั้นอยากลากลับไปครองเรือน พระเถระจึงให้ไปตัดไม้สดที่มียา
งานสำเร็จ ด้วยการไม่คั่งค้าง [6813-5p]
ในอดีตมีหมู่บ้านช่างไม้ซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่พันครอบครัว พวกเขาพากันไปกู้เงินเพื่อลงทุนทำการค้าแต่ไม่สำเร็จ ทำให้เป็นหนี้มหาศาล ถูกเจ้าหนี้เร่งรัดหนักจึงคิดกันว่าจะพากันไปอยู่ที่อื่น เมื่อตกกลางคืนพากันมารับลูกเมียขึ้นเรือแล้วรีบแล่นสู่มหาสมุทร จนพากันมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง บนเกาะนั้นอุดมไปด้วยผลไม้ต่างๆ และมีชายคนหนึ่งอาศัยอยู่ เขาได้เล่าเรื่องทั้งหมดแก่เหล่าช่างไม้ฟัง และบอกว่าภัยอย่างอื่นน่ะไม่มีในเก
คว้าโอกาสด้วยความเพียร [6812-5p]
พ่อค้าชาวเมืองพาราณสีคนหนึ่งบรรทุกสินค้านานาชนิดไปขายยังต่างเมืองเป็นประจำ วันหนึ่งพ่อค้าผู้นี้ต้องนำกองขบวนสินค้าข้ามทะเลทรายเพื่อนำสินค้าไปขาย ในการเดินทางครั้งนี้ต้องเดินทางผ่านผืนทรายอันร้อนจัด จึงต้องหยุดพักในเวลากลางวัน และออกเดินทางในเวลากลางคืน เขาจึงหยุดให้คนและโคได้พักผ่อนเช่นนี้เสมอๆ เมื่อเดินทางใกล้จะพ้นเขตทะเลทราย ทุกคนต่างชะล่าใจจึงดื่มน้ำ และกินอาหารจนหมดเกลี้ยง พ่อค้าผู้เป็นหัวหน้า
สำคัญที่ตั้งเจตนา [6811-5p]
พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ หลังจากเรียนจบศิลปวิทยาได้ออกบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่า วันหนึ่งได้สัญจรไปที่ชายแดนหมู่บ้านหนึ่ง ชาวบ้านได้สร้างอาศรมถวายจึงได้อาศัยอยู่ที่นั้นเรื่อยมา ในหมู่บ้านมีนายพรานนกคนหนึ่ง เลี้ยงนกกระทาไว้เพื่อเป็นนกต่อ ทุกวันเขาจะพานกกระทาเข้าไปในป่าอาศัยเสียงร้อง เพื่อจับเหล่านกกระทาซึ่งพากันมาเพราะเสียงของนกกระทาต่อตัวนั้น นกกระทาจึงคิดว่าได้ทำให้นกตัวอื่นตายไปเป็นจ
เห็นแก่อามิส เพราะตั้งจิตผิดที่ [6810-5p]
พระโพธิสัตว์เสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี วันหนึ่งประพาสอุทยานเสด็จไปถึงฝั่งสระโบกขรณี เหล่าพนักงานฟ้อนรำขับร้องถวาย ปลาและเต่าทั้งหลายที่สระโบกขรณี ต่างก็มารวมกันเพราะได้ยินเสียงขับร้อง ต่างว่ายน้ำตามพระราชาไป พระองค์ทอดพระเนตรเห็นฝูงปลา จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่หุงข้าวสารเพื่อมาเป็นอาหารแก่ปลาทั้งหลาย และให้ตีกลองเวลาให้อาหาร เมื่อพวกปลามารวมกันตามเสียงกลองแล้วจึงให้อาหาร ในขณะที่ฝูงปลามารวมกันกินอาหาร
ธรรม ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม [6809-5p]
เมื่อพระโพธิสัตว์เป็นพราหมณ์ชื่อว่าสังขะ เป็นผู้มั่งคั่ง และมีโภคทรัพย์มาก จึงได้สร้างโรงทาน 6 แห่ง รวมถึงการสละทรัพย์วันละ 6 แสนให้ทานแก่คนกำพร้าและคนเดินทางทุกวัน ในขณะที่ทรัพย์ยังไม่สิ้นไป จึงวางแผนที่จะเดินเรือไปค้าขายที่สุวรรณภูมิ ในระหว่างนั้นได้พบพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงคิดยินดีว่าบุญเขตนี้มาถึงตนผู้ต้องการบุญแล้ว และได้ถวายร่มและรองเท้าแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า เมื่อสังขพราหมณ์กำลังเดินเรืออยู่กลา
เพียรด้วยปัญญา [6808-5p]
พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพ่อค้าตระกูลหนึ่ง เดินทางค้าขายด้วยเกวียนห้าร้อยเล่ม ครั้งเมื่อต้องเดินทางค้าขายผ่านทะเลทรายอันร้อนระอุ และกันดาร แต่ก็หาย่อท้อไม่ คิดวางแผนเพื่อเดินทางให้ข้ามผ่านทางอันกันดารนี้ จึงพักผ่อนในกลางวัน แล้วออกเดินทางในเวลากลางคืน มีต้นหนคอยดูดาวนำทาง แต่ต้นหนเผลอหลับไป กองคาราวานจึงหลงทางกลับไปยังทางเดิม บริวารทั้งหลายเกิดความท้อแท้สิ้นหวัง แต่นายสัตถวาหะผู้เป็นพ่อค้าไม่ย่อท้อ
ไม่ประมาท ไม่เบียดเบียน ไม่เดือดร้อนใจ [6807-5p]
ในอดีตกาลพระเจ้าพรหมทัตปกครองนครพาราณสี มีพระโอรสพระนามว่า “ชนสันธกุมาร” เมื่อพระกุมารทรงเจริญวัยขึ้น ได้ศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาทั้งหลายจนสำเร็จ ในกาลต่อมาเมื่อพระเจ้าพรหมทัตราชบิดาสวรรคตแล้ว พระเจ้าชนสันธราชจึงได้ขึ้นครองราชย์ และทรงรับสั่งให้สร้างโรงทานหกแห่ง ทรงบำเพ็ญมหาทานจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วชมพูทวีปพระองค์ทรงรับสั่งให้เปิดเรือนจำ เพื่อให้นักโทษได้มาฟังธรรม ทรงสงเคราะห์โลกด้วยสังคหวัตถุสี่
เมตตากรุณา [6806-5p]
พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาช้างอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ ในที่ไม่ไกลจากที่อยู่ของช้างมีนางนกไส้ตัวหนึ่งออกไข่อยู่ที่พื้นดินใกล้ทางเดินของพญาช้าง ในรังนั้นมีลูกนกน้อยหลายตัว วันหนึ่งพญาช้างนำบริวารหากินจนไปถึงที่นั้น นางนกไส้กลัวว่าจะเหยียบลูกน้อยจึงประคองปีกทั้งสองข้างอ้อนวอน พญาช้างทำตามคำขอร้องของนาง แล้วกล่าวเตือนถึงช้างเกเรเชือกหนึ่ง แต่ไม่นานนักเจ้าช้างนั้นก็เดินเข้าไปกระทืบรังนกแหลกละเอียดแล้วเดินจ
ธรรมบังหน้า กิเลสตัณหาบังใจ [6805-5p]
เมื่อพระโพธิสัตว์เกิดเป็นนกพิราบ ห้อมล้อมด้วยนกพิราบบริวารจำนวนมาก พากันอาศัยอยู่ในถ้ำ มีชฎิลโกงคนหนึ่งได้มาอาศัยอยู่ใกล้ที่อยู่ของนกพิราบ ฝ่ายพระโพธิสัตว์นกพิราบเห็นชฎิลผู้นั้นก็เข้าไปทำการไหว้แล้วปฏิสันถาร ในวันหนึ่ง ชาวบ้านได้ปรุงเนื้อนกพิราบถวายชฎิลโกงนั้น เขาติดใจด้วยตัณหาความอยากในรสแห่งเนื้อของนกพิราบ จึงคิดว่านกพิราบจำนวนมากมายังอาศรมบทของเรา เราจะฆ่านกพิราบเหล่านั้นเพื่อกินเนื้อ ชฎิลผู้ทร
ทุกขั้นทุกตอน ไตร่ตรองใคร่ครวญด้วยสติ [6804-5p]
พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ มีเหล่าลูกศิษย์ 500 คน เล่าเรียนศิลปะอยู่ในเมืองตักกสิลา แคว้นคันธาระ วันหนึ่งเหล่าลูกศิษย์พากันเข้าป่าไปหาฟืน แต่มีมานพผู้เกียจคร้านอยู่คนหนึ่ง เขาถือโอกาสที่เพื่อนๆ เข้าป่าหักฟืนไปหลับอยู่ใต้ต้นไม้ เมื่อเพื่อนๆ มัดฟืนแล้ว ก็ต่างหาบฟืนเดินผ่านไป และใช้เท้าเตะปลุกเขาเพื่อให้ตื่น เมื่อตื่นขึ้นด้วยความรีบร้อน เขาจึงปีนขึ้นต้นกุ่มเหนี่ยวกิ่งตรงหน้า ได้กิ่
คุณธรรมที่ไม่ตายไปจากโลก [6803-5p]
ในกรุงราชคฤห์มีพราหมณ์ชื่ออุปสาฬหกะ พราหมณ์นั้นได้บอกกับบุตรว่า เมื่อพ่อจบชีวิตลงอย่าเอาศพพ่อไปเผาปะปนกับคนอื่น พราหมณ์ และบุตรจึงออกเดินทางแสวงหาดินแดนแห่งนั้น ทั้งสองได้พบกับพระโพธิสัตว์ เมื่อโพธิสัตว์ได้ฟังบุตรของพราหมณ์กล่าวว่า ระหว่างภูเขาสามลูกนี้แหละ เป็นที่ไม่ปะปน จึงกล่าวแก่บุตรของพราหมณ์ว่า ในที่นี้แหละบิดาของเจ้าถูกเผาในระหว่างภูเขานี้มาแล้วถึงหมื่นสี่พันชาติ อันที่จริง สถานที่ที่ไม่ถูก
เป็นอยู่อย่างไม่ประมาท [6802-5p]
พระเจ้าพรหมทัตเสวยสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์กำเนิดเป็นรุกขเทวดาอยู่ในป่าใหญ่ มีพรานป่าคนหนึ่งอุ้มไก่ต่อ ถือบ่วงและแร้วเดินเที่ยวดักไก่อยู่ในป่า เขาเริ่มจะดักไก่ซึ่งเป็นไก่ของตนที่หนีเข้าป่าไป แต่ไก่ตัวนั้นไม่ยอมเข้าบ่วง นายพรานจึงเอากิ่งไม้และใบไม้คลุมเพื่อกำบังตนแล้วเลื่อนคันแร้วและบ่วงตามไก่ไปเรื่อยๆ เจ้าไก่อยากจะให้นายพรานรู้สึกละอายใจจึงพูดเพื่อเตือนสติ ในที่สุดก็หนีพ้นจากบ่วงของนายพ
พรอันประเสริฐ [6801-5p]
พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลเศรษฐี เมื่อบิดาได้ล่วงลับไป ท่านจึงดำรงตำแหน่งเศรษฐีแทน ในเรือนของท่านได้นำทรัพย์ฝั่งดินไว้จำนวนมาก พระโพธิสัตว์เมื่อเสียชีวิตไปได้เกิดเป็นท้าวสักกะเทวราช ส่วนบุตรของท่านนั้นไม่จัดแจงทานวัตรใดๆ เขาให้ทรัพย์ทีละพันแก่คนเต้นรำ เล่นระบำ รำฟ้อน และมีความเป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา เขาได้ผลาญทรัพย์มากมายกลายเป็นคนเข็ญใจ ท้าวสักกะทรงทราบว่า บุตรตกระกำลำบาก จึงได้ให้หม้อสาร
ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา [6752-5p]
พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ณ กาสิกคาม ครั้นเจริญวัยแล้ว ได้ไปเมืองตักกสิลาเพื่อเรียนศิลปศาสตร์ทั้งหลาย เมื่อเรียนสำเร็จจึงบอกแก่อาจารย์ว่าจักไปนำทรัพย์ค่าบูชาครูมาให้ แล้วออกเที่ยวไปตามชนบทเพื่อแสวงหาทรัพย์ เมื่อได้ทองคำตามจำนวนจึงนำมาให้อาจารย์ ในระหว่างทางได้ลงเรือเพื่อข้ามแม่น้ำคงคา เรือโคลงไปมาทองคำของพระโพธิสัตว์ได้ตกน้ำไป พระโพธิสัตว์จึงคิดว่าควรนั่งอดอาหารอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำคงคานี้ เ
ฉลาดรู้เยี่ยงบัณฑิต [6751-5p]
พราหมณ์ตระกูลหนึ่งได้ให้กำเนิดลูกน้อยเป็นทายาท สองสามีภรรยาต่างเลี้ยงดูลูกน้อยอย่างมีความสุข จนกระทั่งวันหนึ่งนางพราหมณ์มณีผู้เป็นภรรยาได้มาจากไป พราหมณ์จึงอุ้มลูกน้อยเข้าสู่ป่าและบวชเป็นฤาษี ส่วนบุตรน้อยบวชเป็นดาบสกุมาร ครั้นเข้าสู่ฤดูฝน มีลิงตัวหนึ่งถูกความหนาวจากฝนเบียดเบียนเดินหนาวจนตัวสั่น ลิงนั้นได้นุ่งห่มผ้าของดาบสที่ตายไปแล้วปลอมตัวมายืนหลอกลวงอยู่ที่ประตูบรรณศาลาของดาบสสองพ่อลูก ดาบสกุมาร
สง่างามด้วยปัญญา [6750-5p]
พระเจ้ามคธองค์หนึ่งครองราชสมบัติในกรุงราชคฤห์ พระโพธิสัตว์เกิดในกำเนิดช้างถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติ พระราชาทรงดำริว่า ช้างนี้สมบูรณ์ด้วยลักษณะ จึงได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นมงคลหัตถี ครั้นถึงวันมหรสพพระองค์เสด็จขึ้นสู่มงคลหัตถี ทรงกระทำประทักษิณด้วยราชานุภาพอันใหญ่หลวง เหล่ามหาชนยืนดูเห็นสรีระอันงดงามของมงคลหัตถี ต่างพากันพรรณนาว่า รูปงาม การเดินสง่า ท่าทางองอาจและสมบูรณ์ด้วยลักษณะของพญาช้างเผือก สมควรเป็นค
สุขสงบในภายใน ด้วยการประพฤติพรหมจรรย์ [6749-5p]
มีกาสามีภรรยาคู่หนึ่งที่มีความรักใคร่กลมเกลียวกันมาก สามีภรรยาต่างช่วยกันปกครองฝูงกาเป็นอย่างดี วันหนึ่งนางกาสุปัสสาภรรยาบินไปใกล้โรงครัว ได้กลิ่นอาหารหอมหวานชวนชิมเกิดอยากกินประกอบกับการที่ตนแพ้ท้องอยู่ จึงบอกสามีพญากาสุปัตต์ว่าหากตนไม่ได้กินอาหารวันนี้อาจตายก็เป็นได้ พญากาสุปัตต์จึงส่งเสนาบดีชื่อ กาสุมุขะ ไปยังโรงครัว เมื่อถึงเวลาพ่อครัวนำอาหารไปถวายพระราชา กาสุมุขะได้ให้สัญญาณกับเหล่ากาเพื่อบิน











