หน้าแรก พอดแคสต์ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

dhamma.com 3154 ตอน ก.ค. 13, 2026

ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor Pramote Pamojjo, a master teacher of mindfulness for the modern world and Vipassana meditation.

ตอน

ปัญญาเกิดจากการเห็นด้วยตัวเอง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 27 มิ.ย. 2569 ก.ค. 13, 2026 01:01:31 "การเจริญปัญญาไม่ใช่การนั่งคิดเอา ไม่ใช่การนั่งฟังเทศน์เฉยๆ อันนั้นเป็นปัญญาขั้นต้น เรียนไปฟังเทศน์ฟังธรรมอะไร เพื่อให้รู้วิธีปฏิบัติ ปัญญาที่เราไปฟังมานั้น ปัญญาของพระพุทธเจ้า ของครูบาอาจารย์ ไม่ใช่ของเรา ปัญญาของเราเกิดจากการที่เราเห็นด้วยตัวของเราเอง เห็นความจริงของกาย เห็นความจริงของใจ จิตต้องตั้งมั่น ทรงสัมมาสมาธิ ปัญญาถึงจะเกิดได้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 มิถุนายน 2569
ไม่ยึดมั่นถือมั่นเพราะเห็นความจริง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 21 มิ.ย. 2569 ก.ค. 9, 2026 54:33 "อยู่กับเครื่องอยู่ให้มาก แต่อย่าไปเพ่ง ถ้าไปเพ่งแล้วไม่ใช่เครื่องอยู่แต่เป็นคุก มีเครื่องอยู่เราก็อยู่กับเครื่องอยู่ไป แล้วสติเราก็จะดีขึ้น สัมมาสมาธิจะดีขึ้น เมื่อสัมมาสมาธิเราดีมากแล้ว การเจริญปัญญาจะไม่ยากเลย จะใช้เวลานิดเดียวเลย ใช้เวลาไม่นานก็จะเข้าใจธรรมะ ธรรมะเบื้องต้นก็รู้ตัวเราไม่มี ธรรมะเบื้องปลายก็จะรู้ว่าสิ่งที่มีคือตัวทุกข์ พอรู้อย่างนี้จิตจะปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อจะเข้าไปสู่หล
รู้สึกตัวแล้วจะพัฒนาต่อได้ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 มิ.ย. 2569 ก.ค. 8, 2026 53:22 "หัดดูสภาวะไป ดูจิตไม่ได้ ดูร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึกไป ร่างกายหายใจ รู้สึก ร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึก ร่างกายเคลื่อนไหว หยุดนิ่ง รู้สึก รู้สึกไปเรื่อยๆ เพื่อให้รู้สึกตัว รู้สึกตัวแล้วจะพัฒนาต่อได้ ถ้าลืมตัวเองไม่มีทางพัฒนาเลย ถ้ารู้สึกจิตได้ รู้สึกจิต มันรู้ได้หลายระดับ รู้ง่ายที่สุดเลย จิตสุขก็รู้ จิตทุกข์ก็รู้ จิตเฉยๆ ก็รู้ อันนี้มีแค่ 3 ตัว ถ้ารู้ได้ละเอียดขึ้น ก็เห็นจิตเป็นกุศลก็รู้ เป็นอ
มีความเพียรอยู่กับกรรมฐาน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 มิ.ย. 2569 ก.ค. 8, 2026 16:59 "การที่เราจะอยู่กับกรรมฐานเรา มันก็จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้ความเปลี่ยนแปลงของรูปธรรมนามธรรม สัมปชาโน สัมปชัญญะ รู้สึกที่ตัวเอง สติรู้สภาวะทั้งหลาย แต่เริ่มต้นก็ต้องมีอาตาปี มีความเพียรที่จะแผดเผากิเลส จะแผดเผากิเลสก็มีวิหารธรรม มีเครื่องอยู่ที่เหมาะกับตัวเอง แล้วก็อยู่กับเครื่องอยู่อันนั้น ไม่หลงลืม ตรงที่เราไม่หลงลืมสิ่งที่ควรจะทำ เรียกอสัมโมหะ สัมปชัญญะ ตัวนี้ตัวใหญ่เลย อสัมโมหะ แปลว่าสัมปชัญ
มีปัญญาเห็นจิตเป็นไตรลักษณ์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 14 มิ.ย. 2569 ก.ค. 1, 2026 53:03 "ขั้นแรกเลย อย่าส่งจิตออกนอก ทำกรรมฐานอันหนึ่งถ้าจิตเราไหลออกไปให้รู้ทัน อย่าห้ามจิต จิตไหลแล้วรู้ๆ เราจะได้จิตที่ตั้งมั่น ต่อไปเราก็ดูจิตใจของตัวเอง จิตสุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ ดีก็รู้ ชั่วก็รู้ เราไม่เลือกว่าต้องสุขตลอด ไม่เลือกว่าต้องดี อะไรก็ได้ ถ้าผ่านเข้ามาสู่ความรับรู้ของจิต แค่รู้แค่เห็นไปเรื่อยๆ เราก็จะเห็นว่าทุกอย่างเกิดแล้วดับ ฝึกเรื่อยๆ แล้วต่อไปจิตก็จะบรรลุมรรคผลได้ หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโ
มรณสติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 13 มิ.ย. 2569 มิ.ย. 30, 2026 40:11 "เราเห็นคนตาย ไปงานศพไปอะไร เราน้อมมาพิจารณา ไม่มีใครหนีพ้นหรอก การที่เราคิดถึงความตายบ่อยๆ เป็นกรรมฐานที่ดีอันหนึ่ง เรียกว่ามรณสติ ครูบาอาจารย์ของหลวงพ่อองค์หนึ่งคือหลวงปู่เทสก์ ท่านเคยบอกว่า มรณสติเป็นไม้ตาย ในการสู้กิเลส ถ้ากรรมฐานตัวอื่น เอาใจเราไม่ลง พิจารณาความตายลงไป เพราะทุกอย่างมันก็แค่ตาย ที่รักกันมากสุดท้ายก็พลัดพราก ต้องตายจากกัน เกลียดกัน สุดท้ายก็ต้องตายจากกัน หาสมบัติไว้เยอะแยะ สุดท
สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นดับ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 มิ.ย. 2569 มิ.ย. 30, 2026 57:09 "ทำกรรมฐานอันหนึ่ง จิตหลงไปแล้วรู้ จิตถลำลงไปเพ่งแล้วรู้ ตัวนี้ฝึกให้มากเลย สำคัญมาก ถ้าเราฝึกตัวนี้ได้จิตเราตั้งมั่นขันธ์จะแยก พอขันธ์แยกแล้ว ขันธ์แต่ละขันธ์จะแสดงไตรลักษณ์ สุดท้ายมันจะเข้ามาที่จิต เห็นว่าจิตเองก็ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ จิตผู้รู้เกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปดูรูปเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปฟังเสียง จิตที่ไปดมกลิ่น จิตที่ไปลิ้มรส เกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปรู้สัมผัสทางกายเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปคิดนึกทางใ
จุดเริ่มต้นคือความรู้สึกตัว : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 6 มิ.ย. 2569 มิ.ย. 25, 2026 48:03 "เราภาวนาไปเรื่อยๆ จะเห็นปัญญาเบื้องต้น คือเห็นขันธ์ 5 ไม่ใช่เรา กายนี้ใจนี้ไม่ใช่เรา ปัญญาเบื้องกลางจะเห็นว่าตัวตา หู จมูก ลิ้น กาย คือตัวทุกข์ ไม่เป็นเรามาแต่แรกแล้ว แต่มันเป็นตัวทุกข์ มันถึงจะปล่อยวางได้ เห็นทุกข์ถึงจะปล่อยวางได้ แล้วต่อไปปัญญาขั้นสูงสุด จะเห็นว่าจิตเองคือตัวทุกข์ จิตจะสลัดคืนจิตให้โลกไป ไม่เอาแล้ว โยนจิตทิ้งไปได้ แล้วเกิดจิตอีกชนิดหนึ่ง ที่มันไม่เกาะอะไร ไม่เกาะไม่เกี่ยวอะไรกั
รู้ทันใจตัวเองคือการปฏิบัติ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 3 มิ.ย. 2569 มิ.ย. 24, 2026 26:20 "ฝึกตัวเอง ใช้เรื่องการกิน การนอน การเดินทาง การทำงาน การอาบน้ำ การขับถ่ายอะไรใช้เป็นเครื่องมือปฏิบัติทั้งหมดเลย ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเราคือการปฏิบัติทั้งสิ้นเลย ให้อ่านใจตัวเองให้ออก การอ่านใจตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก ขณะนี้ใจเราสุขหรือใจเราทุกข์ แค่รู้เท่านั้น ขณะนี้ใจเราสุขหรือใจเราทุกข์ หรือใจเราเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ อ่านจิตแค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องมีอะไรเยอะแยะหรอก ถ้าอ่านตรงนี้ได้ ต่อไปก็อ่านได้ละเอ
มีสติตามรู้ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 1 มิ.ย. 2569 มิ.ย. 23, 2026 28:37 "เรามีสติตามรู้ไปเรื่อยๆ เราก็เห็นจิตใจมัน จิตสุข จิตทุกข์ จิตดี จิตชั่ว ล้วนแต่ไม่เที่ยงทั้งสิ้น เฝ้ารู้เฝ้าดูเรื่อยๆ ถึงจุดหนึ่ง จิตมันก็แยกสิ่งที่ปรุงแต่งจิตออกไป แยกสุข แยกทุกข์ แยกดี แยกชั่วออกไป เข้ามาที่จิต พอเข้ามาถึงตัวจิตแล้ว เราไม่รักษาตัวจิต เราก็เห็นตัวจิตเกิดดับ เกิดที่ตาก็ดับที่ตา เกิดที่หูดับที่หู เกิดที่จมูกคือไปรู้กลิ่น จิตไปรู้กลิ่น เกิดที่จมูกก็ดับที่จมูก เกิดที่ลิ้นดับที่ลิ้น
ปัญญาคือการเห็นไตรลักษณ์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 31 พ.ค. 2569 (ช่วงบ่าย) มิ.ย. 22, 2026 49:35 "ทำกรรมฐานอะไรก็ได้สักอย่างหนึ่ง แล้วถ้าจิตเราหนีไปจากอารมณ์กรรมฐาน ให้รู้ จิตถลำลงไปแปะอยู่กับอารมณ์กรรมฐาน ให้รู้ ตรงที่เรารู้ถึงจิตที่เคลื่อนไปเคลื่อนมา จิตจะตั้งมั่นอัตโนมัติ นี้เป็นอีกหนึ่งในวิธีหนึ่งที่จะให้ได้จิตที่ตั้งมั่น พวกเราใช้วิธีนี้ง่ายที่สุดแล้ว พอจิตตั้งมั่นแล้ว คราวนี้เราเจริญปัญญาได้แล้ว จิตถอนตัวออกมาเป็นแค่คนเห็น เห็นอะไร เห็นปรากฏการณ์ของรูปธรรม ร่างกายที่มีอยู่ เคลื่อนไหวเปล
วางได้เพราะเห็นไตรลักษณ์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 31 พ.ค. 2569 มิ.ย. 21, 2026 49:33 "คอยรู้สึกอยู่ในกายจนเห็นความจริงของร่างกาย ร่างกายไม่ใช่ของวิเศษอะไร เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา นี่เห็นความจริง จิตใจก็ไม่ใช่สิ่งที่เราบังคับได้ เดี๋ยวก็กระทบอารมณ์ดี เดี๋ยวกระทบอารมณ์ร้าย กระทบแล้วก็เกิดความเปลี่ยนแปลง ควบคุมไม่ได้ บังคับไม่ได้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 พฤษภาคม 2569 (ช่วงเช้า)

แนะนำ