
ตามรอยพระตถาคต
หมู่คณะเล็กๆ ที่สนใจศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า รวมตัวกันรักษาอริยอุโบสถทุกวันพระ สนทนาธรรม ปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระศาสดา ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมุ่งเน้นให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้มีความรู้ในอริยสัจ สิ่งที่พระศาสดาตรัสรู้และนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ถึงความสิ้นทุกข์ในกาลต่อไป
ตอน

สติปัฏฐานเป็นอย่างไร?
คลิปนี้รวมทั้งวิธีการปฏิบัติธรรมของพระศาสดา วิธีการเจริญสติปัฏฐานขอให้เราตั้งใจ ใส่ใจ ฟังคลิปนี้ให้ดี

กรรมดี กรรมชั่ว แม่น้ำคงคา
ปฐมนิทานสูตร

อ.แป๊ะ ร่วมสนทนาธรรม
อ.แป๊ะ ร่วมสนทนาธรรม

รักษาจิต
อริยสาวก ผู้ได้ฟังคำสอนเรื่อง รักษาจิต ย่อมรู้แจ้ง และน้อมรับเอาไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างการเดินมรรค(เยี่ยมไข้)
อริยสาวกผู้มีปัญญา มีอริยสัมมาทิฏฐิย่อมกล่าวธรรมอันประเสริฐ ให้อริยสาวกผู้มีปัญญา ผู้กำลังป่วยไข้ ได้มีสติ ได้เจริญสติ ให้เห็นธรรม ให้ถึงความเจริญโดยส่วนเดียว

ตัวอย่างการเดินมรรค(จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน)
จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน อริยสาวก ผู้มีปัญญา มีอริยสัมมาทิฏฐิ ย่อมรู้แจ้งได้ เมื่อฟังธรรมนี้

ตัวอย่างการเดินมรรค(กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน)
ตัวอย่างการเดินมรรค กายานุปัสสนาสติปัฏฐานอริยสาวกผู้รู้แจ้งปฏิจจสมุปบาท มีอริยสัมมาทิฏฐิ ฟังแล้วจะแจ่มแจ้งได้

สังกะลีแสดงสติปัฏฐาน
ท่านหมวดช่วยแสดงสติปัฏฐาน

ภาพรวมการเจริญสติปัฏฐาน
อ้างอิงจาก มหาสติปัฏฐานสูตร

วิธีปฏิบัติสติปัฏฐาน
การเจริญสติปัฏฐาน ตามที่พระศาสดาได้กล่าวสอน และพระองค์ได้ปฏิบัติมาก่อนแล้ว

วิญญาณที่มาเกิดเป็นมนุษย์ มาจากไหน?
วิญญาณาหาร เป็นปัจจัยเพื่อการเกิดในภพใหม่ เมื่อวิญญาณาหาร เกิดแล้ว สฬายตนะหรือนามรูปใหม่จึงมีได้

การเดินมรรคของพระศาสดา
แม้พระศาสดาก็อาศัยการเจริญสติปัฏฐาน เพื่อให้เกิดปัญญา

นามรูปเกิดแล้ว ผัสสะ เวทนา สัญญา สังขาร จิต กรรมย่อมเกิด
อาศัยนามรูป อาศัยสฬายตนะ ผัสสะ เวทนา สัญญา สังขาร จิต กรรม จึงเกิดได้

อาศัยกรรมเก่า อาศัยธาตุ นามรูป(สัตว์)จึงเกิดได้
อาศัยสัตว์ในกาลก่อน ผู้ตกในอวิชชา สร้างกรรม ไว้มากมายครั้นตายไป นามรูปใหม่ สัตว์ตัวใหม่ จึงมีได้

กรรมดี กรรมชั่ว กุศล อกุศล
กรรมชั่วเกิด อกุศลกรรมเกิด เพราะไม่เห็นปฏิจจสมุปบาทกรรมดีเกิด กุศลกรรมเกิด เพราะเห็นปฏิจจสมุปบาท

ทางเอกทางเดียวเพื่อบรรลุนิพพาน (๒)
ตัวอย่าง และแนวทาง การเจริญสติปัฏฐาน

ทางเอกทางเดียวเพื่อบรรลุนิพพาน (๑)
ภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์เพื่อล่วงโสกะและปริเทวะ เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน ทางนี้คือสติปัฏฐาน ๔ ประการ

การเจริญสติปัฏฐาน อานาปานสติ
การเจริญสติปัฏฐาน อานาปานสติ

สนทนาปฏิจจสมุปบาท
สนทนาปฏิจจสมุปบาท

ปฏิบัติเพื่อเห็นเวทนา
การปฏิบัติเพื่อเห็นเวทนา ที่ผิดๆ ในปัจจุบัน ก็มีอยู่เราควรช่วยกัน ชี้แนะการปฏิบัติที่ถูกต้อง ที่พระศาสดาตรัสสอนไว้

การรู้เอง เห็นเอง ที่ประเสริฐ คือรู้เห็นอะไร?
การรู้เอง เห็นเอง ที่ประเสริฐ คือรู้เห็น ปฏิจจสมุปบาทการกล่าวเฉพาะใน ปฏิจจสมุปบาท จึงนับว่าประเสริฐสูงสุดเช่นกัน

มรรคเพื่อเห็นปฏิจจสมุปบาท ประเสริฐสุด
มรรคเพื่อเห็นปฏิจจสมุปบาท ประเสริฐสุด เป็นสัมมามรรค เป็นอริยมรรคอย่างแท้จริง

ปฏิจจสมุปบาท ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น
ปฏิจจสมุปบาท ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น

มนสิการปฏิจจสมุปบาท
อริยสาวก ผู้ได้สดับ ย่อมเดินมรรค คือโยนิโสมนสิการ ในปฏิจจสมุปบาท อยู่เนืองนิจเพื่อให้รู้แจ้งทุกข์ รู้แจ้งโลก เพื่อเบื่อหน่าย คลายกำหนัด เพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์ ทั้งปวงนั้น

ปฏิจจสมุปปันนธรรม สิบหมวด
ธรรมชาติที่อาศัยกันเกิดขึ้น สิบหมวด เวียนมาเวียนไปในวัฏฏะตราบเท่าที่ยังมี อวิชชาเป็นปัจจัย

การเห็นความว่างหรืออนัตตา ที่ประกอบด้วยปัญญา
สุญญตา ความว่างเปล่า ไร้แก่นสาร ไร้อัตตา ที่ประกอบด้วยปัญญาก็คือ อริยมรรค ต้องโยนิโสมนสิการ จึงจะเห็นความจริงนี้ ในธรรมทั้งปวงได้

ปฏิบัติบูชา
ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม บูชาพระศาสดา

เดินมรรค บูชาพระศาสดา
ร่วมกัน ใส่ใจ ในคำสอน ปฏิบัติบูชา พระศาสดา

อ.แป๊ะ กล่าวธรรม
อ.แป๊ะ กล่าวธรรม และให้กำลังใจ

ผู้มีบุญ จงตั้งใจใส่ใจ เงี่ยโสตลงฟัง ธรรมนี้เถิด
ผู้มีบุญ จะไม่ทอดธุระใน พระธรรมอันประเสริฐ ที่ทำให้พระโพธิสัตว์ กลายเป็นพระพุทธเจ้า

อ.แป๊ะช่วยเสริม แก่นธรรม
ธรรมสิบหมวด ปฏิจจสมุปบาท คือแก่นธรรม

การปฏิบัติธรรม ที่ถูกต้อง โดยสังเขป
กรรมทั้งไม่ดำไม่ขาว พอสังเขป

แก่นธรรม ฟังแล้วก็ต้องฟังอีก
ลักษณะแก่นธรรม คือ ธรรมอันเป็นไปเพื่อรู้แจ้ง เพื่อเกิดปัญญาธรรมอันเป็นไปเพื่อเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และหลุดพ้นนี้คือลักษณะของแก่นธรรม

สรุปปฏิจจสมุปบาท ธรรมสิบหมวด
สังขตธรรมทั้งปวง ที่อาศัยกันเกิดขึ้น เป็นปฏิจจสมุปบาทพระศาสดารู้แจ้งว่า ล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ที่สุดแล้วย่อมว่างเปล่าเราทั้งหลายต้องรู้แจ้งปฏิจจสมุปบาท ต้องรู้แจ้งสังขตธรรมทั้งปวงจึงจะรู้แจ้งทุกข์ จึงจะรู้แจ้งอริยสัจสี่ได้

กรรม ธาตุ ภพ ชาติ(ผู้ใหม่ควรฟัง)
อาศัยกรรมเก่า เป็นผืนนา อาศัยวิญญาณธาตุ เป็นพืช ภพใหม่จึงปรากฏ ชาติคือนามรูปใหม่ จึงปรากฏได้

สรุปแก่นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แก่ผู้ใหม่
ปฏิจจสมุปบาท คือพระธรรมอันประเสริฐอันผู้ใดเห็นแจ้ง และน้อมใจเชื่อในธรรมนี้ ย่อมออกจากทุกข์ได้

อาศัยกรรม อาศัยธาตุ สัตว์โลกจึงเกิดได้
อริยสาวก ทราบชัดในปฏิจจสมุปบาท ทุกอาการ รวมทั้งปฏิจจสมุปบาทในช่วงการเคลื่อนจากภพนี้ ไปสู่ภพอื่น

เหตุใดอริยสาวกจึงไม่กลัวตาย
ผู้ที่มีคุณอันประเสริฐ ผู้รู้แจ้งทางมาทางไปของสัตว์ จะสะดุ้งกลัวต่อความตาย ได้อย่างไร?

ขันธ์ห้า สำหรับผู้ใหม่
อีกแง่มุมเรื่องขันธ์ห้า ที่ผู้ใหม่ควรเข้าใจ

การกล่าวธรรมแก่ผู้ใฝ่ธรรม
ควรมีเจตนาอย่างไร ควรกล่าวเรื่องอะไร?

ช่วยกันสรุป อริยสัจสี่
อริยสัจสี่

ละเลยธรรมอันประเสริฐ
หากเราละเลยพระธรรมอันประเสริฐ คือ ปฏิจจสมุปบาท ธรรมที่พระศาสดาค้นพบ แล้วพระองค์จึงออกจากทุกข์ได้เราจะพ้นจากทุกข์ เช่นพระศาสดา ได้อย่างไร?

ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น
สนทนา ปฏิจจสมุปบาท ว่าด้วยธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้น ธรรมชาติที่เวียนว่ายไปมาในวัฏฏะ

สนทนาปฏิจจสมุปบาท
บทสนทนาอันละเอียด ในเรื่องปฏิจจสมุปบาท

เพราะอะไร ปุถุชนจึงไม่รู้แจ้งกาย ไม่รู้แจ้งจิต
เพราะไม่เห็นปฏิจจสมุปบาท จึงไม่รู้แจ้ง สังขตธรรมทั้งปวง

หลักการดู พระอรหันต์
สุนักขัตตสูตรพระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหาจุฬาฯ) เล่มที่ ๑๔ หน้าที่ ๖๑

อริยสาวกต้องรู้ อริยสัจสี่
ความรู้ในอริยสัจสี่ เป็นความรู้อันประเสริฐ ผู้ใดมีความรู้นี้ หยั่งลงแล้ว ตั้งมั่นแล้ว ในความรู้นี้ผู้นั้นย่อมเป็นอริยบุคคล ผู้นั้นย่อมออกจากทุกข์ได้

สังฆานุสสติ
แนวทางการเจริญ สังฆานุสสติ

อริยสัมมาทิฏฐิ เป็นอย่างไร?
ความรู้ใดอันประเสริฐ จักนำพาสัตว์ ออกจากทุกข์ได้ความรู้นั้นเป็นอริยสัมมาทิฏฐิ

เข้าใจแก่นธรรม ย่อมเข้าใจขันธ์ห้าด้วย
คำสอนในพระไตรปิฎก มีมากมาย หากเรายังเข้าถึงแก่นคำสอนไม่ได้เราจะเข้าใจพระสูตรต่างๆ ที่พระศาสดาตรัสสอนอริยสาวกทั้งหลายได้ยากยิ่งนัก ดังนั้นการเข้าใจแก่นคำสอน คือ ปฏิจจสมุปบาท หรือ ธรรมสิบหมวดทีอาศัยกันเกิดขึ้น ในโอกกันตสังยุต จึงจำเป็นสูงสุด เพื่อจะเข้าถึงคำสอนอื่นๆได้ตรงยิ่งขึ้น

ขันธ์ห้า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
หากปราศจาก อริยสัมมาทิฏฐิ จะเดินมรรค จะปฏิบัติอย่างไร เพื่อให้หลุดพ้นจากขันธ์ห้า

จิต คืออะไร?
ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ ย่อมไม่ทราบจิตนั้น ตามความเป็นจริง

อริยสาวกต้องมีปัญญาเครื่องไตร่ตรอง
อริยสาวก ทุกท่านล้วนเป็นบัณฑิต ผู้มีปัญญาเครื่องไตร่ตรองอะไร คือ ปัญญานั้น ขอให้ตั้งใจฟัง

จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน(โดยแม่สุภาพร)
แนวทางการโยนิโสมนสิการตามหลักการเจริญจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน

เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน(โดยพี่ชัย)
แนวทางในการโยนิโสมนสิการ ตามหลักเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน

กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน (โดยน้าชิต)
แนวทางการเจริญ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน

ปัญญา วิชชา เกิดเพราะเห็นปฏิจจสมุปบาท
อาศัยโยนิโสมนสิการ ไปตามหลักอิทัปปัจจยตา อริยมรรคย่อมเกิดการเห็นปฏิจจสมุปบาท ย่อมเกิดเพราะเห็นปฏิจจสมุปบาท ปัญญา วิชชา ย่อมเกิด

โยธาชีวสูตร
ต้องรู้แจ้งในปฏิจจสมุปบาท ธรรมสิบหมวด จึงจะชื่อว่า รู้แจ้งอริยสัจสี่

ทบทวนความรู้พื้นฐาน
ธรรมชาติที่อาศัยกันเกิดขึ้น

จาคานุสสติ โดยแม่ดวงแก้ว
แนวทางการเจริญ จาคานุสสติ

สีลานุสสติ(โดยพี่ชัย)
แนวทางการเจริญสีลานุสสติ

คำสอนที่ผู้ใหม่ควรรู้(๒)
บทสนทนาของฆราวาส เพื่อให้เข้าใจ ธรรมที่พระศาสดา ตรัสรู้ เพื่อเป็นเบื้องต้น ที่จะอาศัยเดินตามรอยพระศาสดาไป

คำสอนที่ผู้ใหม่ควรรู้(๑)
พระศาสดาตรัสรู้ ธรรมชาติเหล่านี้ เราต้องเรียนรู้ให้เข้าใจก่อน

จาคานุสสติ (อาจารย์อรอนงค์)
ฝึกเดินมรรค จาคานุสสติ

เตรียม ก่อนตาย ก่อนทำกาลกิริยา
เป็นการฝึกเดินมรรค ฝึกโยนิโสมนสิการ อันจะเป็นเหตุให้ อริยมรรคเกิด

แนวทางการโยนิโสมนสิการ
โยนิโสมนสิการ ไปตามปฏิจจสมุปบาท ย่อมเป็นทางเพื่อให้เกิดปัญญา

บทฝึกโยนิโสมนสิการ โดยท่านผู้กำกับ
บทฝึกโยนิโสมนสิการ บทฝึกเดินมรรค

สติปัฏฐาน กรรมไม่ดำไม่ขาว
การเจริญสติปัฏฐาน การทำกรรมอันประเสริฐ

คำกล่าวลาก่อนกลับหนองคาย
แม่ชีเข็มเพชร กล่าว

สรุปสติปัฏฐาน มรรคเพื่อออกจากทุกข์
๑. ต้องมีความรู้ในสัมมัตตนิยาม คือ ปฏิจจสมุปบาท หรือ ธรรมสิบหมวดให้แจ่มแจ้ง แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิก่อน๒. ต้องใส่ใจ มีสติ คือ ระลึกถึง ธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ในสัมมัตตนิยาม ให้ได้ เช่น ระลึกถึง กาย เวทนา จิต ธรรมใดๆก็ตาม ที่มีในสัมมัตตนิยาม ให้ได้ก่อน เพื่อเข้าสู่สัมมัตตนิยาม แล้วจึงเจริญสติให้บริบูรณ์ต่อไป

ปฏิจจสมุปบาท อริยสัจสี่
จะเข้าใจ ปฏิจจสมุปบาท อริยสัจสี่ อย่างลึกซึ้งต้องเข้าใจ ธรรมสิบหมวด ในโอกกันตสังยุต ให้ดีก่อน

เกริ่นนำก่อนสนทนาปฏิจจสมุปบาท
เข้าใจภาพรวมก่อน เพื่อเข้าใจปฏิจจสมุปบาท อย่างลึกซึ้ง

ภาพรวมปฏิจจสมุปบาท
หากยังตกอยู่ในอวิชชา มีสัญญาวิปลาส จิตวิปลาส ทิฏฐิวิปลาสตายกี่คราว ย่อมเกิด แก่ และตายต่อไป จะหาที่สิ้นแห่งกองทุกข์ ไม่ได้เลย

ทางเพื่อให้เกิดปัญญา
ทางเพื่อให้เกิดปัญญา เกิดได้ด้วยอริยมรรคเกิดได้ด้วย การโยนิโสมนสิการ ไปตามหลักปฏิจจสมุปบาทเกิดได้ด้วย การโยนิโสมนสิการ ไปตามหลักธรรมสิบหมวดอันเป็นสัมมัตตนิยาม อันประเสริฐ ที่ผู้ใดหยั่งลงแล้ว ย่อมถึงความเป็นอริยะ

เห็นอะไร จึงละสังโยชน์สามได้
การละสังโยชน์สามเบื้องต่ำ เป็นอย่างไร

แก่นธรรมในพุทธศาสนา
สนทนากัน ในแก่นธรรม ของพุทธศาสนา

ความรู้อันประเสริฐ
ความรู้เบื้องต้นที่สำคัญ ผู้มีอินทรีย์อ่อนจะไม่ตั้งใจฟังผู้มีบุญเก่า จะตั้งใจฟัง แล้วมนสิการ โดยแยบคาย ว่าใช่ความรู้ ที่จะพาให้ออกจากทุกข์ ได้จริงหรือไม่

แม่ชีเข็ม ฝึกมนสิการ
จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐานอาศัย จิต ที่มีอยู่ เพื่อเจริญสติ เพื่อเจริญญาณ มนสิการโดยแยบคาย ไปตามหลักปฏิจจสมุปบาท จนเห็นแจ้งในสังขตธรรมทั้งปวงตามความเป็นจริง

แม่ชีเชย ฝึกเดินมรรค
การเดินมรรค อาศัยมนสิการ อาศัยมโนผัสสะคือ ต้องพิจารณา เพื่อให้เห็นแจ้ง ธรรมทั้งปวง ไปตามหลักปฏิจจสมุปบาท

หลักการปฏิบัติมีทางเดียว
หลักการปฏิบัติมีทางเดียว หลักนั้นคือ สติปัฏฐานสี่หลักนั้นคือ กรรมไม่ดำไม่ขาว ที่พระศาสดา ได้ปฏิบัติมาก่อนแล้ว











